[Spoiler] Recap : The Walking Dead 10 Episode 3 : Ghosts

สรุป : The Walking Dead Season 10 Episode 3 (Ghosts)

      1. หลังจากเหตุการณ์ดาวเทียมตกจนเหล่าทีมพันธมิตรต้องข้ามไปยังเขตแดนของพวกเสียงกระซิบเพื่อหยุดไฟป่า ผลกระทบที่ตามมาคือ มีฝูงวอล์คเกอร์จำนวนมากมุ่งหน้ามายังอเล็กซานเดรีย โดยเหตุผลเรื่องการตกของดาวเทียมนี้ มีเพียงยูจีนที่ให้น้ำหนักว่ามันคือสาเหตุของฝูงวอล์คเกอร์ครั้งนี้

Melissa McBride as Carol Peletier, Matt Lintz as Henry – The Walking Dead _ Season 10, Episode 3 – Photo Credit: Jackson Lee Davis/AMC

      2. คนอื่นๆคิดว่า ฝูงวอล์คเกอร์เหล่านั้นเป็นฝีมือของ อัลฟ่า ที่เธออาจจะรู้เรื่องการรุกล้ำเขตแดน และส่งฝูงวอล์คเกอร์มาเล่นงาน แต่ลิเดียที่รู้รูปแบบการโจมตีของกลุ่มเสียงกระซิบดี จึงบอกกับพวกมิโชนไปว่า นี่ไม่ใช่ฝีมือของพวกเสียงกระซิบ เพราะถ้าแม่ของเธอ (อัลฟ่า) จะโจมตีจริงๆ เธอจะยกวอล์คเกอร์มาถล่มทั้งหมด แต่ที่พวกมิโชนเจอตอนนี้เป็นแค่ฝูงเล็กๆ ที่มาเป็นระลอกๆ

      3. ด้วยจำนวนวอล์คเกอร์ที่มีมาก นีแกนจึงถูกเรียกใช้งานครั้งแรก โดยเขาและแอรอนต้องไปกำจัดวอล์คเกอร์อีกด้านหนึ่งเพียงสองคนเท่านั้น มีเรื่องทะเลาะกันเล็กน้อยระหว่างนีแกนและแอรอนเกี่ยวกับเรื่องในอดีต นีแกนให้เหตุผลเพียงว่า ที่เขาทำไปก็เพราะต้องปกป้องสิ่งที่เป็นของเขา ระหว่างการกวาดล้างวอล์คเกอร์แอรอนโดนพิษของเกสรดอกไม้จนไม่สามารถมองเห็นได้ นีแกนจึงช่วยแอรอนไว้ ทั้งคู่รอดไปจนถึงรุ่นเช้าในวันถัดมา 

      4. กว่า 40 ชั่วโมงที่เหล่าทีมพันธมิตรช่วยกันกำจัดวอล์คเกอร์ สุดท้ายเมื่อทุกอย่างสงบลง … แกมม่า หนึ่งในลิ่วล้อสำคัญของอัลฟ่า เธอเดินทางมาถึงอเล็กซานเดรีย เพื่อบอกข้อความสำคัญจากอัลฟ่า คือให้พวกมิโชน ไปเจออัลฟ่าที่พรมแดน โดยมีข้อแม้คือ ต้องปลดอาวุธทุกชนิดในการเจรจากับอัลฟ่า 

      5. แน่นอนว่าจากคำยืนยันของแกมม่า เรื่องระลอกวอล์คเกอร์ที่บุกอเล็กซานเดรีย ไม่ใช่ฝีมือของพวกเสียงกระซิบ แต่เป็นสาเหตุอื่น (เราจะยังไม่รู้สาเหตุนั้น) 

      6. ที่อเล็กซานเดรียมีประชุมเครียด โดยแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งต้องการต่อสู้ แต่อีกฝ่ายต้องการเจรจา มิโชนให้นำ้หนักในการเจรจามากกว่า เพราะจากข้อมูลที่แดริลบอก ว่าพวกเสียงกระซิบมีวอล์คเกอร์ที่ควบคุมอยู่หมื่นกว่าตัว ซึ่งมิโชนมองว่าเป็นเรื่องยากที่จะต่อสู้ด้วย แค่ระลอกวอล์คเกอร์ที่เผชิญตอนนี้ทุกคนยังรับมือไม่ไหว

      7. สถานการณ์ของทีมพันธมิตรต้องยอมจำนน ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เป็นเพราะจำนวนของวอล์คเกอร์ที่พวกเสียงกระซิบมี มันยากเกินจะรับมือ รวมไปถึงอาวุธ (ที่แทบจะไม่มีปืนเหลืออยู่แล้ว ถึงมีก็น้อยมาก) พวกเขาจึงเลือกที่จะไปเจรจากับอัลฟ่า 

      8. ก่อนเดินทาง แครอลเธอได้เตรียมปืนพกไปด้วย ในตอนนี้แครอลเธอจะทานยาชนิดหนึ่ง ที่เธออ้างว่าออกฤทธิ์คล้ายกับกาแฟ ทำให้เธอไม่ง่วง ซึ่งผลข้างเคียงคือทำให้เธอเห็นภาพหลอน และแยกแยะเรื่องจริงกับเรื่องมโนไม่ได้ 

      9. ที่พรมแดน ทั้งสองเผชิญหน้ากัน ฝั่งทีมพันธมิตรมีมิโชน แครอล และแดริล เป็นแกนหลักในการเจรจา ส่วนอีกฝั่ง แน่นอนว่าอัลฟ่าเธอเดินทางมาเจรจาด้วยตัวเอง 

      10. อัลฟ่าเธอแจ้งเรื่องการรุกล้ำเขตแดนของพวกมิโชนที่มีมากถึงสามครั้ง (ครั้งแรกในฤดูหนาว ตอนจบ ซีซั่น 9 / ครั้งที่สอง ตอนที่แอรอนใจร้อนเดินเข้าไปฆ่าวอล์คเกอร์ตรงสะพาน / ครั้งที่สามคือตอนดาวเทียมตก) 

      11. แต่ละครั้งในการรุกล้ำดินแดนมีสาเหตุทั้งสิ้น อัลฟ่าเธอเข้าใจดี ดังนั้นการมาเจรจาครั้งนี้จะไม่มีการนองเลือดเกิดขึ้น แต่เธอยื่นคำขาด ว่าเธอจะเปลี่ยนพรมแดนใหม่ โดยเธอจะขอดินแดนของพวกมิโชนไปอีกจำนวนหนึ่ง 

      12. แครอลไม่พอใจอย่างมาก เพราะเขตแดนที่อัลฟ่าขอ เป็นพื้นที่ล่าสัตว์ของเหล่าเมืองต่างๆในทีมพันธมิตร จนอัลฟ่าไม่พอใจในท่าทีของแครอล อัลฟ่าเธอพยายามขู่แครอล แต่แครอลเธอไม่แสดงความกลัวเลยแม้แต่น้อย 

      13. อัลฟ่าเธอจึงยั่วโมโหแครอล โดยการพูดเรื่องของเฮนรี่ ลูกบุญธรรมของแครอลที่ถูกอัลฟ่าฆ่า เธอเล่าถึงวินาทีที่กำลังฆ่าเฮนรี่ว่าเด็กคนนั้นเรียกแต่ชื่อของแครอล จนแครอลคุมสติไม่อยู่ คว้าปืนที่ซ่อนไว้ยิงไปที่อัลฟ่า แต่พลาดเพราะมิโชนและแดริลเข้ามาห้ามเสียก่อน

      14. มิโชน เธอออกตัวขอโทษอัลฟ่า และอ้างว่าแครอลเหนื่อยจากการอดหลับอดนอน เพราะต้องกวาดล้างวอล์คเกอร์ รวมไปถึงการสูญเสียเฮนรี่ด้วย อัลฟ่าเข้าใจและไม่ถือโทษแครอล แต่กลายเป็นว่ามิโชนต้องยอมรับเงื่อนไขการเพิ่มเขตแดนของพวกเสียงกระซิบไปโดยปริยาย 

      15. ระหว่างทางกลับไปยังอเล็กซานเดรียแครอลเจอกับพวกเสียงกระซิบ 3 คน เธอพยายามจะฆ่าพวกนั้นทิ้ง แต่เมื่อพวกมิโชนออกตามหาพวกเสียงกระซิบ 3 คนนั้น ปรากฎว่าไม่พบร่องรอยแม้แต่น้อย แดริล มิโชน จึงลงความเห็นว่าอาจจะเป็นเพราะยาที่แครอลกิน และการที่ไม่ได้พักผ่อนของเธอ

      16. มิโชน แครอล และแดริลตัดสินใจเข้าไปพักในโรงเรียนร้าง เหตุเพราะพวกเขาต้องการให้แครอลพักผ่อน ยาที่แครอลกินใกล้จะหมดเต็มที อาการหลอนของแครอลเริ่มแสดงอาการหนักขึ้น เธอได้เห็นภาพของบรรดาลูกเลี้ยงของเธอในอดีต เช่น โซเฟีย ลิซซี่ มิก้า แซม รวมไปถึงเฮนรี่บนปกหนังสือเล่มหนึ่ง  ในขณะที่แดริลพยายามบอกให้แครอลหยุดกินยา 

      17. แครอลตั้งนาฬิกาไว้ เพื่อเปลี่ยนเวณเฝ้าระวัง แดริลเขามาคุยกับแครอลเรื่องพ่อของเขา ที่เคยเป็นคนขับรถบรรทุก และอดหลับอดนอนจนเห็นภาพหลอน เขาพูดเพื่อจะเปรียบให้แครอลได้เห็นภาพถึงอาการของคนที่ไม่ได้พักผ่อน 

      18. แครอลได้ยินเสียงบางอย่างเลยตามเสียงนั้นไป ปรากฎว่านั้นเป็นเสียงของเฮนรี่ (ลูกบุญธรรมที่ตายไปแล้ว) รวมไปถึงเธอเห็นพวกเสียงกระซิบถือมีดอยู่ …. แต่เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น ทำให้เรารู้ว่าเรื่องทุกอย่างคืออาการหลอนของแครอล รวมไปถึงเรื่องพ่อของแดริลที่เป็นคนขับรถบรรทุกด้วย (ข้อ 17 – ข้อ 18 คือภาพหลอนของแครอล) 

      19. ต่อมาแครอลเธอเห็นเงาบางอย่าง และตามเงานั้นไป ปรากฎว่า มันคือพวกเสียงกระซิบ ยืนอยู่และล่อให้แครอลเดินเข้าไป แต่ปรากฎว่ามันคือกับดัก แครอลโดนแขวนตัวกลับหัว เธอพยายามจะยิงไปที่เสียงกระซิบคนนั้น แต่มันกลับเป็นการเรียกให้ฝูงวอล์คเกอร์เดินเข้ามาหาแทน  เสียงกระซิบคนนั้นแทรกตัวและหายไปในฝูงวอล์คเกอร์ สุดท้ายแครอลเธอสามารถตัดเชือก และตกลงมาได้ แต่เธอก็ถูกกระจกที่แตกบนพื้นทิ่มที่แขนบาดเจ็บ ต่อมาแดริลและมิโชนต้องรีบพาตัวแครอลกลับไปยังอเล็กซานเดรียทันที  (เราจะยังไม่รู้ว่า คราวนี้เป็นภาพหลอนหรือไม่ แต่มีเฉลยใน ข้อ 22. ) 

      20. ซิดดิก และดันเต้ ช่วยกันปฐมพยาบาลแครอล แต่ซิดดิกเมื่อเห็นเลือดก็หลอนไปถึงเหตุการณ์คืนวันที่อัลฟ่าจับตัวเหยื่อไปฆ่าตัดคอ และเขารอดมาเพียงคนเดียว จนหมอดันเต้สังเกตอาการได้ จนสุดท้ายเกิดการพูดคุยระหว่างหมอสองคนนี้ หมอดันเต้ดูเหมือนจะเข้าใจอาการนี้ดี เพราะเขาเองก็เคยมีอาการนี้ตอนสมัยที่เขาเป็นแพทย์สนามในอิรัก

      21. มิโชน เชื่อว่าเสียงกระซิบที่แครอลเห็นเป็นเพียงภาพหลอนจากยา และขาดการพักผ่อน ยาที่แครอลทานหมดไปแล้วในเช้าวันต่อมา และดูเหมือนจะมีเพียงแค่แดริลเท่านั้นที่เชื่อเรื่องที่แครอลพูด 

      22. ในตอนจบ เราจะกลับไปยังโรงเรียนที่พวกแครอลพักเมื่อคืน เราจะเห็นร่องรอยของหยดเลือด หยดเป็นทางจนนำไปสู่วอล์คเกอร์ตัวหนึ่งที่ล้มตาย แต่พอซูมเข้าใกล้ๆมันคือพวกเสียงกระซิบที่แครอลเห็นเมื่อคืน จึงทำให้เรารู้ว่า..นี่ไม่ใช่ภาพหลอนของแครอล พวกเสียงกระซิบข้ามเขตแดนมาทำไมกัน? ทั้งๆที่ตกลงเรื่องเขตแดนไว้แล้ว ติดตามตอนต่อไป  (จบตอน) 

Comments

comments

Leave A Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *