[Spoiler] Recap : Fear The Walking Dead 4 Episode 2 : The Hurt That Will Happen

      หลังจากสแตรนด์ ได้รับวิทยุจากอัลเธีย ถึงอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่อีกฟากหนึ่งของภูเขา ในเขตพื้นที่ที่เกิดการรั่วไหลของกัมมันตรังสี พร้อมกับวานให้ไปตามหาเครื่องบินอีกลำจากชายคนหนึ่ง และเมื่อสแตรนด์ได้เปิดเทป “Skidmark” ที่เขียนกำกับไว้ จึงทำให้เขารู้ว่าคนที่ครอบครองเครื่องบินลำนั้นอยู่ก็คือ แดเนียล อดีตเพื่อนร่วมเดินทางที่ไม่ค่อยลงรอยกันนัก

Karen David as Grace – Fear the Walking Dead _ Season 5, Episode 2 – Photo Credit: Ryan Green/AMC

      ก่อนจะออกไปตามหาเครื่องบินอีกลำ สแตรนด์จึงได้อัดเทปสั่งเสียไว้ ในกรณีที่เขาไม่มีชีวิตรอดกลับมา เพราะเขารู้ดีว่าเขาได้ทำสิ่งเลวร้ายกับแดเนียล (ใน FearTWD3 สแตรนด์ได้ยิงปืนใส่ใบหน้าของลุงแดเนียล) แน่นอนว่าในที่สุดเขาก็ไปถึงที่หลบภัยของลุงแดเนียล ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างดีจากแมวสีส้มที่มีชื่อว่า Skidmark (ชื่อที่อัลเธียนำไปตั้งชื่อเทป) แต่ไม่นานลุงแดเนียลก็ปรากฎตัวพร้อมกับจ่อปืนมาที่ สแตรนด์ นี่คือ … Fear The Walking Dead Season 5 Episode 2 ชื่อตอนว่า “The Hurt That Will Happen”

      หลังจากการหายตัวไปของ อัลเธีย ในเช้าวันต่อมา มอร์แกน อลิเซีย และจอห์น จึงกลับมาหาอัลเธียในจุดที่เครื่องบินตก แต่พวกเขาก็ไม่พบอะไรเลย พวกเขาเริ่มระแวงมากขึ้นว่าอัลเธียอาจจะตกอยู่ในอันตราย เมื่อสิ่งของ ของพวกเขา เช่นอาวุธ ถูกขโมยไปจนหมด พวกเขาเลยวางแผนแยก้ยายกันหาตัวอัลเธีย ส่วนจอห์นย้อนกลับไปหาจูน และลูเซียน่าที่จุดพักรถ (จุดพักรถที่โดนหลอกให้มาอาศัยอยู่โดยโลแกนจากตอนที่ 1) ในที่สุด ทีมค้นหาอัลเธียแบ่งเส้นทางขึ้นเหนือกับลงใต้ มอร์แกนคู่กับอลิเซีย และจูนจับคู่กับคนรักอย่างจอห์น โดยที่ลูเซียน่า ซึ่งเธอได้รับบาดเจ็บ ต้องอยู่ที่จุดพักรถ คอยประสานงาน และติดต่อกับสแตรนด์หากว่าเขาติดต่อกลับมา

      ที่หลบภัยของลุงแดเนียล สแตรนด์ถูกปืนจ่อ และพาตัวเขาไปในแคมป์ ทำให้เราได้เห็นของสะสมสุดพิเศษของลุงแดเนียลที่เต็มไปด้วยรถที่สามารถใช้การได้ เสบียงอาหาร และอาวุธมากมาย ไม่น่าเชื่อว่าลุงแดเนียลจะครอบครองสิ่งที่ล้ำค่าเหล่านี้อยู่มากมาย

      แดเนียล ได้ถามถึงจุดประสงค์ของการมาที่นี่จากสแตรนด์ เขาจึงบอกไปว่าเขามาที่นี่เพื่อค้นหาเครื่องบินลำหนึ่งจากข้อมูลในเทปของอัลเธีย เพื่อที่จะบินไปช่วยเพื่อนๆที่ตกอยู่ในอันตราย ส่วนหนึ่งในบทสนทนาแดเนียลได้ถามถึงเมดิสัน ซึ่งสแตรนด์เองก็ตอบไปตามความจริงว่าเธอได้จากไปแล้ว รวมถึงนิคลูกชายของเธอด้วย แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวในอดีตที่สแตรนด์ได้ทำมันจะส่งผลให้แดเนียล ไม่เชื่อในคำพูดของสแตรนด์ ส่วนตัวสแตรนด์เองต้องการจะพิสูจน์เรื่องการขอความช่วยเหลือนี้..ว่าเป็นเรื่องจริง

      ด้านมอร์แกน และอลิเซียที่จับคู่กันตามหาอัลเธีย ก็ต้องมาหยุดรถบนถนนที่มีใครสักคนจอดรถขวางอยู่ และพยายามเขียนขู่ไม่ให้เข้าไป จากการรั่วไหลของรังสี ขณะที่ใกล้ๆบริเวณนั้น มีรถแปลกๆที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์มากมายจอดอยู่รวมไปถึงตัวเครื่องที่ยังอุ่นอยู่ อลิเซียและมอร์แกนจึงแยกกันตรวจสอบ

      มอร์แกน เดินเข้าป่าไป เขาสังเกตเห็นกรงนกที่แขวนอยู่บนต้นไม้ ในขณะที่ด้านล่างมีวอล์คเกอร์ 2 ตัวที่พยายามจะจับนกในกรงกิน เขาพยายามฆ่าวอล์คเกอร์เหล่านั้น แต่ทันใดนั้นมอร์แกนก็ติดกับดักและล้มลงข้างๆวอล์คเกอร์ตัวหนึ่ง หญิงที่ส่วมชุดป้องกันรังสีเดินเข้ามา พร้อมกับฆ่าวอล์คเกอร์ตัวที่กำลังจะเล่นงานมอร์แกน หญิงคนนั้นไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอบังคับให้มอร์แกนถอดเสื้อผ้าออกให้หมด และเอาแต่พูดเรื่องของการปนเปื้อนรังสี มอร์แกนที่กำลังทำความเข้าใจกับสิ่งที่เธอพูดจึงไม่ยอมทำตาม สุดท้ายอลิเซียวิ่งเข้ามาชนหญิงส่วมชุดป้องกันรังสีคนนั้นจนล้มลง และถอดหน้ากากเธอออก

      สิ่งแรกที่อลิเซียถามกับหญิงคนนั้นคือ อัลเธียอยู่ไหน แต่หญิงคนนั้นไม่รู้เรื่องราวของอัลเธียเลย เธอจึงเล่าเรื่องถึงสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่ตอนนั้น เธอชื่อ เกรซ เดิมเธอเคยทำงานที่โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ ที่อยู่ไม่ห่างจากที่นี่ หลังจากเกิดโรคระบาด ทำให้ทุกอย่างแย่ลง เตาปฏิกรณ์หลอมละลาย และปลดปล่อยสารกัมมันตรังสีออกมา คนที่ทำงานและหลบภัยที่นั้นได้รับสารปนเปื้อนจนป่วย และเธอเองก็ต้องมาเก็บกวาดสิ่งที่เธอต้องรับผิดชอบ 

      วอล์คเกอร์ที่มีการปนเปื้อนนั้น เดิมทีคนเหล่านั้นเคยทำงานในโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ พวกเขาจะมีตัววัดรังสีแขวนไว้ที่คอเป็นปกติของคนที่ทำงานด้านนี้อยู่แล้ว สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่แยกแยะให้รู้ว่า วอล์คเกอร์ตัวไหนได้รับการปนเปื้อนมา รวมไปถึงเกรซเธอก็มีเครื่องมือในการวัดรังสีตรวจสอบอีกขั้นตอนหนึ่งด้วย สุดท้ายจากข้อมูลที่เกรซพูด สมเหตุสมผลมากพอที่จะทำให้อลิเซีย และมอร์แกนเชื่อ อลิเซียจึงยอมปล่อยตัวเกรซ แต่ยึดปืนไว้ เพื่อป้องกันปัญหา 

      มอร์แกนต้องอาบน้ำอย่างระมัดระวัง เนื่องจากเขาสัมผัสเข้ากับวอล์คเกอร์ที่ปนเปื้อนไปแล้ว โดยมีเกรซให้คำแนะนำอยู่ใกล้ๆ อลิเซียเธอจึงได้ถามถึงป้ายเตือนต่างๆตรงถนน รวมไปถึงพวกหัววอล์คเกอร์ที่ถูกแขวนตามกิ่งไม้ ว่าเป็นฝีมือเธอหรือไม่ ซึ่งเกรซปฎิเสธว่าไม่ใช้ฝีมือของเธอ แต่เธอก็ให้คำแนะนำไปว่า ตราบใดที่เรายังอยู่คนละฝั่งกับป้ายเตือนพวกนั้น เราจะปลอดภัย

      อลิเซียวิทยุไปหา จอห์น และจูน เพื่อบอกข้อมูลเรื่องวอล์คเกอร์ที่ปนเปื้อนรังสี ว่าให้พวกเขาสังเกต เครื่องวัดรังสีเล็กๆ ลักษณะคล้ายๆปากกาที่จะแขวนคออยู่ ถ้าเห็นวอล์คเกอร์ตัวไหนมีลักษณะแบบนี้ให้หลีกเลี่ยงการฆ่า และแจ้งให้ทางนี้ทันที 

      จอห์น และจูนที่ออกมาตามหาอัลเธียอีกเส้นทางหนึ่ง ต้องลงเดินเท้าเพราะรถที่พวกเขาขับมาพังลงเสียก่อน บนเส้นทางนั้นจอห์นได้พบกับ “ป้ายแคมป์ Cackleberry” ซึ่งเป็นสถานที่ของรถแวนที่เด็กๆสามพี่น้องจากตอนที่แล้วอาศัยอยู่ จูนและจอห์นจึงเดินเท้าจนไปถึง แคมป์ Cackleberry ในแคมป์มีร่องรอยของการต่อสู้ แต่ไร้ร่องรอยของเด็กๆทั้งสาม รวมไปถึงผู้รอดชีวิตคนอื่นๆด้วย แต่ในตัวอาคารของแคมป์ก็มีวอล์คเกอร์จำนวนมาอยู่ด้านใน 

       ในคืนวันนั้น จอห์น และจูนพบเข้ากับปัญหาชิ้นโต เมื่อในแคมป์ Cackleberry มีกองกระดูกของเหล่าวอล์คเกอร์ ที่มีเครื่องวัดรังสีปนตกอยู่เต็ม จอห์นคิดว่านี้คือวอล์คเกอร์ปนเปื้อนรังสีที่พวกมอร์แกนพูดถึง จึงรีบวิทยุหามอร์แกนเพื่อให้มาตรวจสอบทันที 

       ทันทีที่มาถึง เกรซตรวจสอบกองกระดูกวอล์คเกอร์พวกนั้น แน่นอนว่ามีตรวจสอบพบการปนเปื้อน เกรซรีบกลับมาตรวจสอบ จอห์น และจูน แต่จอห์นระมัดระวังอย่างดี และตำแหน่งที่พวกเขาพบอยู่เหนือลมจึงไม่ได้รับการปนเปื้อนนี้ เกรซกังวลใจว่า คนที่ฆ่าพวกวอล์คเกอร์เหล่านี้ต้องกำลังป่วยหนัก 

      จูน เธอจึงบอกกับเกรซไปว่าพวกเขาไม่ได้ป่วยหนัก แต่พวกเขาน่าจะตายไปแล้วต่างหาก และเหล่าวอล์คเกอร์ที่อยู่ในอาคาร แคมป์ Cackleberry ที่เจอในตอนกลางวัน อาจจะได้รับการปนเปื้อนจากการฆ่าวอล์คเกอร์ฝูงนี้ 

      ในคืนเดียวกันอีกด้าน ลูเซียน่าที่อยู่ที่จุดพักรถเพียงคนเดียว ต้องเผชิญหน้ากับผู้ไม่หวังดีที่ลักลอบเข้ามาทำการบางอย่าง แต่ด้วยยาที่เธอทานออกฤทธิ์ จึงทำให้เธอแยกแยะเรื่องราวไม่ได้ รวมไปถึงร่างกายที่ไม่สมบรูณ์ของเธอทำให้ไม่สามารถป้องกันตัวได้ เธอจึงรีบกลับเข้ามาด้านใน และสลบไป 

      กลับไปที่สแตรนด์ กับภารกิจตามหาเครื่องบิน ในที่สุดเขาก็สามารถติดต่อกับลูเซียน่าได้ และได้ก็สนทนากันเพียงชั่วครู่ ก่อนสัญญานจะขาดหายไป แม้ว่าจะทำให้ลุงแดเนียลเชื่อได้บาง แต่ลุงแดเนียลก็ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดสแตรนด์ถึงไม่อยู่บนเครื่องบิน และเดินทางไปกับพวกนั้น เลยทำให้ลุงแดเนียลคิดว่ามันคือกลลวงของสแตรนด์ เขาไล่สแตรนด์ออกจากที่พัก และขู่ฆ่าสแตนด์หากว่าเขากลับมาให้เห็นหน้าอีก  สแตรนด์เดินกลับไปบนถนนในช่วงกลางคืนแบบมือเปล่า 

      มอร์แกน ชวนเกรซให้ร่วมเดินทางไปด้วย แต่เกรซปฎิเสธไปพร้อมกับบอกสาเหตุว่า เธอเองก็ได้รับการปนเปื้อนจากรังสีเรียบร้อยแล้ว และเธอก็ไม่อยากจะทำให้ชีวิตคนอื่นๆต้องมาเสี่ยงเรื่องนี้ มอร์แกนจึงบอกช่องทางการติดต่อพวกเขาให้กับเกรซ โดยช่องสัญญานที่ 7 ผ่านวิทยุสื่อสาร ส่วนเกรซเองก็วานมอร์แกน หากพบวอล์คเกอร์ปนเปื้อนอีก ก็ให้รีบรายงานเธอในช่องสัญญานนี้เช่นเดียวกัน ทุกอย่างจบลง เกรซ ขับรถจากไปในช่วงกลางคืน

      ที่จุดพักรถ ลูเซียน่าที่สงบไปก็ถูกปลุกให้ตื่นโดยพวกมอร์แกน อลิเซีย จอห์น และจูน ที่กลับมาถึงพอดี พร้อมกับพากันออกไปดูด้านนอกอย่างหน้าตาตื่น ด้านนอกมีคนแอบนำหัววอล์คเกอร์เข้ามาแขวนไว้เต็มป้ายโฆษณาตรงจุดพักรถนั้น เพื่อเตือนและส่งข้อความบางอย่าง แต่ที่แน่ๆไม่ใช่ราวที่ดีๆแน่ (จบตอน) 

 

Comments

comments

Leave A Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *