[Spoiler] Recap : The Walking Dead 9 Episode 7 : Stradivarius

       โรสิต้า และยูจีนที่กำลังหนีพวกวอล์คเกอร์ประหลาดที่สามารถพูดคุยสื่อสารกันได้ พวกวอล์คเกอร์พูดคุยกันและพยายามจะเอาชีวิตของทั้งโรสิต้าและยูจีนให้ได้ ด้วยความที่ยูจีนบาดเจ็บจากการตกจากที่สูง โรสิต้าจึงนำตัวยูจีนไปซ่อนในโรงงานแถวๆนั้น ก่อนที่เธอจะวิ่งหนีออกมาเพื่อตามหาคนไปช่วย เธอวิ่งอย่างหวาดกลัวสุดขีด โดยที่เธอจะได้ยินเสียงวอล์คเกอร์พูดได้ หลอนในหัวเธอตลอด ซึ่งเสียงมาจากป่ารอบทิศทาง เธอตัดสินใจยิงพลุแฟร์ขอความช่วยเหลือ ก่อนที่จะสลบไป 

Danai Gurira as Michonne, Avi Nash as Siddiq, Dan Folger as Luke, Eleanor Matsuura as Yumiko – The Walking Dead _ Season 9, Episode 7 – Photo Credit: Gene Page/AMC

      แครอล และเฮนรี่ เดินทางมาหาแดริลที่แคมป์กลางป่า หลังจาก 6 ปีผ่านไปแดริลพยายามตามหาศพริคทุกวัน จนสุดท้ายมาใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังคนเดียวในป่าริมน้ำ โดยมีเจ้าหมา เพื่อนผู้ซื่อสัตย์ที่อยู่เป็นเพื่อนตลอดเวลาที่ผ่านมา ยังไม่มีการเปิดเผยว่าเจ้าหมาตัวนี้ แดริลได้มาอย่างไร แต่หลังจาก 6 ปีนั้น เขาก็ได้หมาตัวนี้มา หน้าที่ของหมาตัวนี้คือ คอยเฝ้ากับดักวอล์คเกอร์ที่แดริลทำไว้ หากมีวอล์คเกอร์มาติดกับดักเจ้าหมาจะวิ่งมาบอกแดริลทันที  

      ก่อนมืดวันนั้น แครอลได้เผยถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของการมาหาแดริลครั้งนี้ ว่าเธอต้องการให้แดริลไปช่วยเป็นพี่เลี้ยงคุมเฮนรี่ที่จะไปฝึกงานตีเหล็กที่ฮิลท็อป เพราะแครอลเองเธอต้องรีบกลับไปยังอาณาจักร เพื่อช่วยงานสามีของเธอกับงานเลี้ยงที่เริ่มจะต้นขึ้นเร็วๆนี้ แดริลยังไม่รับปากเรื่องนี้กับแครอล และพยายามจะบอกแครอลว่า เธอควรให้เฮนรี่ได้เรียนรู้ด้วยตัวเขาเอง 

      ค่ำวันนั้น แดริลทำอาหารป่าให้แครอล และเฮนรี่ทาน รวมไปถึงแครอลได้เล็มผมรุงรังของแดริลออกนิดหน่อย ระหว่างทานอาหารเฮนรี่พยายามจะถามแดริลถึงแผลเป็นบนตัวเขา ว่าแดริลได้มาจากไหน แต่แดริลมองหน้าแครอล ที่เหมือนจะพยายามปกปิดบางอย่าง ก่อนที่แดริลจะเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะเขาเริ่มสังเกตแล้วว่า หมาของเขาหายตัวไป ไม่ยอมมาทานข้าวเย็น

      ในดึกคืนนั้น แดริลออกไปตามของหมาของเขา โดยที่เฮนรี่แอบตามแดริลไปด้วย สุดท้ายก็มาพบความจริงว่าหมาของแดริลพลาดติดกับดักวอล์คเกอร์เข้าซะเอง แดริลพยายามจะเข้าไปช่วยหมา แต่ด้วยการที่เจ้าหมาเห่าเสียงดัง จึงเป็นสาเหตุในการล่อวอล์คเกอร์เข้ามาจำนวนมาก สุดท้ายทั้งแดริล และหมา เกือบจะโดนวอล์คเกอร์ตัวหนึ่งเล่นงาน สุดท้ายเฮนรี่เข้าไปช่วยไว้ได้ทัน ทั้งหมาและแดริลจึงรอดกลับมา   โดยที่หารู้ไม่ว่า แครอลเองก็แอบตามทั้งคู่ออกมาเหมือนกัน 

      แดริลช่วยเฮนรี่เก็บความลับเรื่องออกไปช่วยหมาเมื่อคืน เพื่อไม่ใช่โดนแครอลดุ แต่หารู้ไม่ว่าแครอลรู้หมดทุกอย่าง แต่กลับดีใจเสียอีกที่ความสัมพันธ์ของแดริลเเละเฮนรี่ไปกันได้ด้วยดี และแดริลเองก็เหมาะสมสำหรับการเป็นพี่เลี้ยงเฮนรี่ ในคืนนั้นเฮนรี่เองก็สังเกตเห็นแผลเป็นรูป “X” ด้านหลังของแดริล และเป็นแผลในตำแหน่งเดียวกันกับแผลเป็นของมิโชนที่เปิดเผยในตอนที่ผ่านมา 

      เช้าวันรุ่งขึ้น แดริลตัดสินใจกลับเข้ากลุ่มอีกครั้ง พร้อมกับเดินทางมุ่งหน้าไปยังฮิลท็อปเพื่อเป็นคนคุมเฮนรี่ในช่วงฝึกงานตามคำขอร้องของแครอล ทั้งสามคนรวมไปถึงเจ้าหมาไปถึงฮิลท็อปอย่างปลอดภัย 

      ที่ขบวนส่งตัวกลุ่มแม็กน่า มิโชนนำทีมส่งตัวผู้รอดชีวิตครั้งนี้ โดยมีหมอซิดดิกตามมาเพื่อดูแลคนเจ็บอย่างยูมิโกะ หรือหากเกิดอันตรายขึ้นจะได้รักษาได้ทัน นอกจากนี้ยังมี ดีเจ อดีตเซเวียร์ที่กลับใจมาอยู่อเล็กซานเดรียตามมาด้วย พวกแม็กน่าโดนยึดอาวุธจนหมด ซึ่งก็สร้างความไม่พอใจอย่างหนักกับพวกแม็กน่าอย่างมาก แต่สุดท้ายด้วยคำขอร้องของยูมิโกะ กลุ่มแม็กน่าเลยเลือกที่จะเสี่ยงต่อไป เพื่อให้ได้ที่พักพิงอาศัยดีๆ ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานด้านนอก แบบอดมื้อกินมื้อเช่นเคย

      มิโชนที่ลึกๆรู้ว่าพวกแม็กน่าไม่ได้เลวร้ายอะไร จึงเริ่มคุยกันเรื่องของ เบอร์นี่ สมาชิกในกลุ่มที่ไม่รอดจากการถูกวอล์คเกอร์โจมตีที่แคมป์ ยูมิโกะเล่าว่า เบอร์นี่จะมีชุดตัวเก่งตัวหนึ่งที่มีลายที่ประหลาดมาก ลายเหมือนเชื้อโรค กับสีสันแปลกๆ ซึ่งทุกคนในกลุ่มโดยเฉพาะแม็กน่าเกลียดที่เบอร์นี่ใส่เสื้อตัวนี้ 

      มิโชนพากลุ่มแม็กน่ากลับไปยังแคมป์ที่อยู่เดิมเพื่อตรวจสอบ แต่กลับไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย พวกแม็กน่าพยายามจะเก็บของจำเป็น อาวุธ แต่ก็ถูกพวกมิโชนริบจนหมด แน่นอนว่ามันก็ต้องสร้างความไม่พอใจกับกลุ่มแม็กน่า แต่ลุคและยูมิโกะ ก็ขอร้องให้ยอมเสี่ยงอีกครั้งเพื่ออนาคต มิโชนเธอได้แจ้งข่าวว่าเธอจะไม่ไปส่งกลุ่มแม็กน่าถึงฮิลท็อป และเธอก็จะให้ดีเจ กับหมอซิดดิกไปส่งแทน

      คืนนั้นพวกมิโชน ดีเจ หมอซิดดิก และกลุ่มแม็กน่าตั้งแคมป์ และพักกันในโรงงานร้าง มีเรื่องราวเข้าใจผิดในคืนนั้นเพราะมิโชนคิดว่าลุคกำลังคิดการบางอย่างแต่สุดท้าย ลุคเพียงแค่จะหยิบไวโอลีนที่เขาพกมันมาเท่านั้น คืนนี้ผ่านไปด้วยเรื่องเล่าน่าสนใจด้านดนตรีของลุค อดีตครูสอนดนตรี ที่เขามักจะเก็บเครื่องดนตรีตามสถานที่ต่างๆกลับมาไว้เป็นสมบัติทางจิตใจของเขา

 

      เช้าวันรุ่งขึ้น  หมอซิดดิกพยายามจะโน้มน้าวให้มิโชนเดินทางไปฮิลท็อปด้วย แต่มิโชนพยายามย้ำเรื่องบางอย่างที่ทำให้ความสัมพันธ์ของอเล็กซานเดรีย และฮิลท็อปไม่เหมือนเดิม จนหมอซิดดิกหลุดปากพูดไปว่า …แม็กกี้เธอไปแล้ว… มิโชนตกใจอย่างมากเมื่อซิดดิกพูดคำนี้ แต่ไม่ทันได้ซักถามต่อ ก็มีฝูงวอล์คเกอร์มาบุกที่โรงงานที่พวกมิโชนพักเสียก่อน 

      มิโชนรีบอพยพคนออกทันที ด้านนอกโรงงานเนืองแน่นไปด้วยฝูงวอล์คเกอร์ จนสุดท้ายมิโชนยอมคืนอาวุธให้สมาชิกในกลุ่มของแม็กน่า กลุ่มแม็กน่าคว้าอาวุธและต่อสู้กับพวกวอล์คเกอร์อย่างเชี่ยวชาญ และนี่ก็คงเป็นคำตอบแล้วว่าทำไมกลุ่มแม็กน่าถึงอยู่รอดมาได้นานขนาดนี้ ก็เพราะพวกเขามีทักษะในการต่อสู้ที่ดี หลังจากนั้นไม่นานมิโชนก็สังเกตเห็นวอล์คเกอร์ตัวหนึ่งที่ใส่ชุดลายประหลาด จึงทำให้เธอรู้ว่าวอล์คเกอร์ฝูงนี้ คือฝูงเดียวกันกับที่เล่นงานแคมป์ที่พักของแม็กน่าเมื่อวันก่อน 

 

      วอล์คเกอร์ที่ส่วมเสื้อลายประหลาด ค่อยๆเผยโฉม แม็กน่า ยูมิโกะ ลุค คอนนี่ และเคลลี่ พอเห็นวอล์คเกอร์ตัวนั้นจึงรู้ทันที่ว่าคือ …เบอร์นี่… สมาชิกในกลุ่มอีกคนที่ไม่รอดจากการถูกโจมตี แม็กน่าที่ได้แต่ยืนเฉยๆ และเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ เธอร้องไห้ออกมา ก่อนที่เวลาต่อมามิโชนจะช่วยปลดปล่อยเบอร์นี่

      มิโชนนำทีมกลุ่มแม็กน่าเดินทางต่อเพื่อไปยังฮิลท็อป ระหว่างทางทำให้เรารู้ว่า แม็กกี้เดินทางไปที่ไหน เมื่อหมอซิดดิกได้เล่าถึงเรื่องราวที่เขารู้กับมิโชนว่า แม็กกี้เธอเดินทางไปช่วยงานป้าจอร์จี้ในที่ที่ห่างไกลมาก (หากใครจำไม่ได้ว่าป้าจอร์จี้คือใคร ให้ย้อนกลับไปดูตอน หรือ อ่านสรุป – คลิก) และแม็กกี้ก็พาเฮอร์เชลไปด้วย 

      ด้านโรสิต้าที่ยิงพลุแฟร์จากการหนีพวกผีประหลาด แอรอนกับจีซัสที่แอบออกมาฝึกวิชากันสังเกตเห็นพลุแฟร์ของโรสิต้าจึงเข้าไปช่วยได้ทันเวลา จนได้ข้อมูลมาว่าโรสิต้านำยูจีนไปซ่อนไว้ในโรงนา ก่อนที่เธอจะสลบไป โรสิต้าจึงถูกพาไปรักษาตัวที่ฮิลท็อปในเวลาต่อมา 

      ที่ฮิลท็อป ทุกอย่างพัฒนาขึ้นมากแม็กกี้ต้องเดินทางไปยังเมืองที่ห่างออกไป ที่ฮิลท็อปจึงมีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้น โดยจีซัสกลายมาเป็นผู้นำคนใหม่ของฮิลท็อป แม้ว่าเขาจะไม่ชอบการเป็นผู้นำก็ตาม แต่เขาได้ให้คำสัญญากับแม็กกี้ว่าจะดูแลที่นี่ให้ดี เขาเปิดจดหมายที่แม็กกี้ส่งมาให้ และทำให้เรารู้ว่าแม็กกี้สบายดี แต่คนที่ทำหน้าที่ผู้นำอย่างแท้จริง และอยู่เบื้องหลังของจีซัสอีกที น่าจะเป็นทาร่า เธอทำหน้าแทบจะทุกอย่างในเมือง ทั้งรับฟังปัญหา แก้ปัญหา ประสานงานมากมาย ขณะที่อีนิดกลายมาเป็นคุณหมออย่างเต็มตัว 

      ทาร่าเริ่มสังเกตเห็นว่าจีซัสแอบออกนอกเมืองบ่อยๆ เพื่อไปเจอแอรอน และคนในเมืองก็เริ่มสังเกตเห็นด้วยว่าจีซัสแอบออกนอกเมือง ทาร่าต้องการให้จีซัสอยู่ในเมืองและทำงานผู้นำตามที่ควรจะเป็น แต่เหตุการณ์ที่โรสิต้าเจอมา และยูจีนหายตัวไปทำให้จีซัสอยู่เฉลยไม่ได้ เขาเลยขอทาร่าอีกครั้ง เพราะเขาเชี่ยวชาญ และรู้จักเส้นทางบริเวณนั้นดี ทาร่าจึงอาสาดูแลเมืองให้ ขณะที่ จีซัส แอรอน แดริล และเจ้าหมาของแดริลเดินทางออกไปนอกฮิลท็อปเพื่อตามหายูจีน 

       กลับไปที่กลุ่มแม็กน่าที่กำลังมุ่งหน้ามายังฮิลท็อป และใกล้จะถึงฮิลท็อปเข้าทุกขณะ มีชายจากฮิลท็อปขี่ม้าวิ่งมาทางกลุ่มของมิโชน เรื่องราวจากชายสองคนนั้นพูด ทำให้มิโชนรู้ว่า โรสิต้าบาดเจ็บและรักษาตัวอยู่ที่ฮิลท็อป มิโชนเธอจึงเปลี่ยนใจที่จะกลับอเล็กซานเดรีย และร่วมเดินทางไปยังฮิลท็อปด้วย 

       มีอยู่ช่วงหนึ่งที่คอนนี่ (สมาชิกในกลุ่มแม็กน่าที่พิการทางการได้ยิน) สังเกตเห็นอะไรบ้างอย่างเคลื่อนไหวในป่า เธอพยายามจะเตือนให้พวกมิโชนรู้ แต่เวลาต่อมาเธอก็เปลี่ยนใจ และคิดว่าตัวเองตาฝาด  (จบตอน) 

      สิ่งที่อยากให้ทุกคนสังเกตในตอนนี้คือ 

1. ระหว่าง 6 ปีที่ซีรีส์เร่งเวลามา เกิดอะไรขึ้นบางอย่างกับ อเล็กซานเดรีย และฮิลท็อป รวมไปถึงอาณาจักร ที่ทำให้ความสัมพันธ์เปลี่ยนไป ไม่เหมือนเมื่อก่อน 

2. อาณาจักรพยายามจะผสานรอยร้าวของแต่ละเมือง ด้วยการจัดงานเลี้ยง ตามที่ตัวละครพูดบ่อยๆ และเหมือนกับว่าจีซัส แอรอนพยายามอย่างหนักที่จะให้อเล็กซานเดรีย และฮิลท็อปเข้าร่วม

3. รอยแผลเป็น X ที่ตอนนี้มีปรากฎทั้ง มิโชน และแดริล อันนี้ต้องมีที่มาที่ไปแน่ๆ และเป็นเรื่องราวใน 6 ปีที่ผ่านมา และก็น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ทำให้เมืองต่างๆห่างเหินกันด้วย

4. สาวๆโอเชี่ยนไซด์ ไม่ถูกพูดถึงเลย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเธอ เรื่องราวล่าสุดที่เรารู้คือ พวกสาวๆโอเชี่ยนไซด์ไล่ฆ่าพวกเซเวียร์ เหตุการณ์นั้นจะสร้างผลกระทบอะไรรึเปล่า ต้องติดตาม 

Comments

comments

Leave A Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *