[Recap] Fear The Walking Dead 4 EP6 : Just In Case ความลับของ…นาโอมิ

      Fear The Walking Dead Season 4 Episode 6 ชื่อตอนว่า Just in Case  ผลงานการกับกำของ Daisy von Scherler Mayer และเขียนบทโดย Richard Naing หลังจากตอนที่แล้วเรารู้ที่มาที่ไปของ จอห์นกันแล้วว่าเหตุใดเขาจึงเริ่มออกเดินทางจนมาเจอกับมอร์แกน และตอนนี้เขาจะเดินเรื่องต่อไปแล้วว่า หลังจากที่จอห์นตัดสินใจตามหา ลอร่า หรือนาโอมิ แม้ว่าพวกเอลิเซียจะยืนยันแล้วก็ตามว่า นาโอมิเธอได้ตายไปแล้ว แต่จอห์นก็ยังเดินหน้าตามหาเธอต่อ จอห์นและมอร์แกนจะหาเธอพบหรือเปล่า ? รวมไปถึงการกดดันของ แก๊งอีแร้ง (the vultures) นอกสเตเดียมที่พวกเมดิสันอยู่ พวกอีแร้งต้องการอะไรกันแน่ ? วันนี้ FTWD Thailand สรุปมาให้อ่านแล้วครับ

Photo by AMC

      ย้อนกลับไปในอดีต (Flashback) ที่สนามเบสบอลที่พวกเมดิสันอยู่ หลังจากทุกคนตัดสินใจจะช่วยกันสร้างที่นี่ให้มั่นคงต่อไป ตามแผนการที่นิค และลูเซียน่าเสนอ การออกไปหาเสบียง และของจำเป็นในเขตพื้นที่ที่คิดว่าพวกอีแร้งไม่สามารถไปถึง การทำงานท่ามกลางความกดดันต่างๆ ทำให้พวกเมดิสันต้องวางแผนอย่างรัดกุม ในขณะที่สเตเดียมเสบียงก็น้อยลงทุกๆวัน ทำให้ผู้รอดชีวิตที่สเตเดียมเริ่มมีความกังวลมากขึ้น

Photo by Richard Foreman Jr/AMC

      เมล็ดพันธุ์พืชผลเพื่อทำการเกษตร เป็นเป้าหมายแรกที่พวกของเมดิสันต้องการจะออกไปตามหา จากผลของการปกปิดความลับเรื่องตุนเสบียงไว้ของแสตนด์ ทำให้เป็นที่ไว้ใจว่าแสตนด์จะสามารถหาที่ที่เหมาะสมได้ โคลที่รู้ความลับของแสตนด์ก่อนหน้านี้ แต่เขาเลือกที่จะเก็บความลับนี้ต่อไป เพราะเขาไม่รู้ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของแสตนด์ที่จู่ๆก็ยอมนำอาหารที่ตัวเองตุนไว้มาแบ่งปันกับคนในสเตเดียมมันคืออะไร

Photo by Richard Foreman Jr/AMC

      มีปัญหาเกิดขึ้นที่ประตูสเตเดียม เพราะวีฟ หญิงผู้เฝ้าประตู จ่อปืนไปที่รถยนต์คันหนึ่ง ซึ่งนาโอมิกำลังขับ เธอเชื่อว่านาโอมิ กำลังจะหนีไปจากที่นี่ เมดิสันเห็นทีว่าไม่ได้การจึงรีบมาจัดการปัญหา เมดิสันเธอเสนอทางเลือกให้นาโอมิ หากเธอต้องการจะไป เธอสามารถไปได้ เพราะรถที่นาโอมิขับอยู่ก็เป็นรถที่นาโอมิเป็นคนหาเจอ ไม่ต้องแอบหนี แต่นาโอมิเธออธิบายว่าเธอไม่ได้ต้องการจะหนี แต่เธอต้องการจะไปสถานที่แห่งหนึ่ง

Photo by Richard Foreman Jr/AMC

      ฟีมา (FEMA) หรือ สำนักจัดการภาวะฉุกเฉินกลาง คือจุดหมายที่นาโอมิพูดถึง เธออ้างว่าที่นั่นมีเมล็ดพืช ปุ๋ยสำหรับทำการเกษตร และอาจจะรวมไปถึงพวกเสบียงด้วย เธอเล่าว่ามีแคมป์ของผู้รอดชีวิตที่อาศัยอยู่ที่นั่น และสาเหตุที่เธอรู้ก็เพราะเธอก็เคยอาศัยอยู่ที่นั่นมาก่อน เมดิสัน และแสตนด์จึงขอเดินทางไปกับนาโอมิด้วย ก่อนไปเมดิสันจะไป เธอได้สั่งให้พวก อลิเซีย นิค และลูเซียน่าเตรียมพื้นที่สำหรับเพาะปลูกไว้ หากสิ่งที่นาโอมิพูดเป็นความจริง สเตเดียมก็จะเริ่มมีความหวังอีกครั้ง 

      เมดิสัน แสตนด์ และนาโอมิ เดินทางออกมาจากสเตเดียม จนตกดึกพวกเขาแวะเข้าไปในโมเต็ลแห่งหนึ่ง เพื่อสำรวจ และหาที่พัก โชคดีที่ในโมเต็ล มีเสบียงหลงเหลืออยู่ ในห้องนอนที่ทั้งสาม นั่งล้อมวงทานอาหารกันก็เริ่มมีการสนทนาถึงเรื่องราวเก่าๆ สมัยที่เริ่มออกเดินทาง เมดิสัน และแสตนด์เผยถึงเรื่องราวส่วนตัวให้นาโอมิฟัง แต่สุดท้ายก็มีจุดเปลี่ยนของเหตุการณ์ เรื่องราวที่ควรจะมีความสุขก็เปลี่ยนไปเมื่อเมดิสันถามนาโอมิ และให้เธอเล่าเรื่องราวของเธอบ้าง 

      เมดิสันถามถึงสถานที่ที่กำลังจะมุ่งหน้าไปว่ามันเป็นสถานที่แบบไหน นาโอมิตอบเพียงว่ามันคือแคมป์ของผู้รอดชีวิตที่ฟีมา (FEMA)  และเธอก็พูดตัดบทไปว่าไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้ เพียงแต่ขอให้เมดิสัน และแสตนด์เชื่อใจเธอ แต่เมดิสันยื่นคำถามไปว่าหากนาโอมิต้องการจะให้เชื่อใจเธอ นาโอมิเธอต้องเผยข้อมูลอะไรบางอย่างของสถานที่แห่งนั้นให้พวกเมดิสันรู้บ้าง นาโอมิพูดบ่ายเบี่ยงจนสุดท้ายเธอก็ต้องเผยความจริงที่เธอเก็บไว้

Photo by Richard Foreman Jr/AMC

     นาโอมิ เล่าสาเหตุที่เธออยากจะออกไปข้างนอกสเตเดียมไม่ใช่เพราะเธอต้องการจะไปตามหาเมล็ดพืช และปุ๋ย แต่เธอต้องการจะไปตามหาอะไรบ้างอย่างที่แคมป์แห่งนั้น โดยที่เธอเองก็ให้คำมั่นกับเมดิสัน และแสตนด์ไม่ได้ว่า ที่แห่งนั้นจะยังมีอาหาร เมล็ดพันธุ์ และปุ๋ยเหลืออยู่รึเปล่า จากการเผยจุดประสงค์จริงๆของนาโอมิ ทำให้แสตนด์โมโหอย่างมาก แสตนด์จึงยืดกุญแจคืนจากนาโอมิ ดินเนอร์แห่งความสุขจบลงด้วยการผิดใจกันระหว่างนาโอมิ กับแสตนด์ ก่อนที่เมดิสันจะจบบทสนทนาแห่งความตึงเคลียดนี้ด้วยการแยกย้ายกันพักผ่อน 

Photo by Richard Foreman Jr/AMC

      เช้าวันต่อมา เมดิสัน และแสตนด์พบว่านาโอมิเธอได้หายตัวไปแล้ว พร้อมกับรถที่พวกเธอขับมา เมดิสันและแสตนด์จึงหารถใหม่อีกคันเพื่อออกไปตามหานาโอมิ ตามแผนที่ที่นาโอมิทิ้งไว้ แต่แสตนด์ไม่เห็นด้วยที่จะออกไปตามหานาโอมิ และยังบอกอีกว่าคนเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เมดิสันจึงย้อนบอกกับแสตรนด์ว่าคนเปลี่ยนแปลงกันได้เหมือนกับแสตนด์ที่ตอนนี้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนที่ดีขึ้น จากคำพูดของเมดิสันส่งผลให้แสตนด์ยอมเปิดเผยความลับของตัวเองที่เขาเคยแอบตุนเสบียงไว้ เผื่อว่าสักวันเขาจะได้หนีจากไป เพื่อจะเป็นตัวอย่างบอกกับเมดิสันว่า คนไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงตัวตนที่แท้จริงได้ เมดิสันได้รับรู้ความรู้ความลับที่แสตนด์เก็บไว้ และตอบเขากลับไปเพียงแค่ว่า เพราะชั้นไม่ใช่นาย และออกเดินทางตามหานาโอมิต่อ

      นาโอมิ เธอกระชากสายไฟใต้คอรถสตาร์ท และขับออกไปจนเธอสามารถเดินทางไปถึง ฟีมาแคมป์จนได้ เธอค่อยๆหาช่องทางในการเข้าไปยังแคมป์ในขณะที่ ในฟีมามีฝูงซอมบี้จำนวนมาก จริงอย่างที่เธอบอก นาโอมิเธอเคยอาศัยอยู่ที่นี่เพราะเธอรู้เส้นทางเข้า-ออกทุกอย่าง รวมไปถึงกล่องที่ล๊อคกุญแจไว้เธอก็รู้รหัสเปิดมัน นั่นคือกล่องเสบียงของนาโอมิ สมัยที่เธออาศัยอยู่ที่นี่ เธอเก็บสมุดบันทึกของเธอที่บันทึกเกี่ยวกับการปลูกพืช รวมไปถึงขั้นตอนการเย็บแผล นำออกมาจากกล่องเสบียง รวมไปถึงกุญแจรถที่เขียนกำกับไว้ว่า J.I.C. ก่อนที่เธอจะออกตามหาใครสักคนที่เธอรู้จักในแคมป์

Photo by Richard Foreman Jr/AMC

      นาโอมิ ตามหาจนมาหยุดอยู่ที่ตู้ใบหนึ่งที่มีรูปวาดจากฝีมือเด็ก รอยเลือด และรอยกระสุนปืน ซึ่งมันทำให้นาโอมิ สติแตกทำขอหล่นจนเรียกฝูงซอมบี้ที่อยู่แถวนั้นมาเป็นฝูง เธอหนีซอมบี้ฝูงใหญ่จนขึ้นไปอยู่บนแผงเหล็ก พร้อมกับมองลงมายังฝูงซอมบี้ด้านล่าง และกล่าวคำขอโทษต่อหน้าเหล่าฝูงซอมบี้นับสิบ ดูเหมือนว่าเธอจะเคยทำผิดต่อคนกลุ่มนี้มาก่อน ขณะที่เธอจนมุมนั้นเอง

Photo by Richard Foreman Jr/AMC

      เมดิสัน และแสตนด์ ก็เดินทางมาถึง ฟีมาแคมป์พอดี และช่วยนาโอมิไว้ทัน แม้ว่านาโอมิเธอจะไม่อยากให้ช่วยในตอนแรกก็ตาม แต่เมดิสันและแสตนด์ก็ยืนยันว่าจะช่วยเธอให้ได้ และก็ทำสำเร็จ หลังจากที่เมดิสัน และแสตนด์ช่วยนาโอมิไว้ เธอก็เหล่าเรื่องราวของเธอออกมาจนหมด ทั้งน้ำตา 

Photo by Richard Foreman Jr/AMC

Photo by Richard Foreman Jr/AMC

 

      นาโอมิ เธอเคยมีลูกสาวที่ชื่อว่า โรส หลังจากสามีเธอเสียชีวิต เธอสัญญากับตัวเองว่าจะปกป้องลูกสาวของเธอ ขณะที่เธออาศัยอยู่ในแคมป์ โรสลูกสาวของเธอเกิดป่วยหนัก และเธอก็ต้องออกไปข้างนอกแคมป์ เพื่อหายาให้กับลูกสาวเธอ เธอเก็บเรื่องที่ลูกสาวเธอป่วยไว้เป็นความลับ เพราะกลัวว่าลูกเธอจะถูกขับไล่ เธอซ่อนลูกของเธอไว้ในตู้ ก่อนที่จะออกไปหายา หลังจากนั้นจนถึงตอนนี้ มันทำให้เธอปะติดปะต่อเรื่องได้ว่า ลูกของเธอได้เสียชีวิตจากโรคที่กำลังเป็น และกลายร่างจนทำให้คนทั้งแคมป์ต้องตาย เพราะนาโอมิเธอเห็นรอยเลือด และรอยกระสุนปืนหน้าตู้ รวมไปถึงการรักษาความปลอดภัยที่เธอรู้ดีว่า ซอมบี้ด้านนอกไม่มีทางเข้ามาได้ แต่ที่แคมป์นี้เป็นแบบนี้ก็เพราะลูกเธอป่วยตาย จนกลายร่างและฆ่าคนจากด้านใน เธอโทษตัวเองว่ามันเป็นความผิดของเธอ นั่นคือสาเหตุที่เธอกล่าวคำขอโทษต่อหน้าฝูงซอมบี้ 

Photo by Richard Foreman Jr/AMC

      นาโอมิ เธอได้เล่าถึง สาวที่ชื่ออัลเลน เธอเป็นคนสอนบทเรียนที่มีตัวย่อว่า J.I.C มาจากคำว่า Just in Case (แปลว่า เผื่อไว้) บทเรียนนี้มีสอนไว้เพื่อเตรียมตัว และรับมือกับโลกภายนอกว่าควรจะเอาชีวิตรอดอย่างไร กุญแจที่นาโอมินำออกมาจากกล่องเสบียง มันคือกุญแจรถยนต์ และเป็นส่วนหนึ่งของบทเรียน J.I.C เพราะทุกอย่างที่จำเป็นอยู่เป็นรถคันนั้น นาโอมิจึงพาแสตนด์และเมดิสันไปที่รถ แต่ผลที่ได้กลับทำให้นาโอมิเศร้าใจมากขึ้นเมื่อในรถยนต์คันนั้น เผยร่างซอมบี้สาว และเธอก็มั่นใจว่าคนๆนั้นก็คือ อัลเลน คนที่สอนบทเรียน J.I.C ที่เหมือนว่าเธอพยายามจะหนีไปจากที่แคมป์ แต่เธอไปไม่รอด สุดท้ายนาโอมิตัดสินใจกลับไปยังสเตเดียมกับพวกเมดิสันอีกครั้ง พร้อมกับรถขนเสบียงคันโต

Photo by Richard Foreman Jr/AMC

      ที่สเตเดียม อลิเซีย นิค และลูเซียน่า เดินออกมานอกรั้วเพื่อเจรจาบางอย่างกับ เมลวินหัวหน้าแก๊งอีแร้ง ในขณะที่เมดิสัน แสตนด์ และนาโอมิ ก็ขับรถเสบียงคันใหญ่เข้ามาพอดี ก่อนที่สีหน้าเมลวิน จะเปลี่ยนไป เพราะรถเสบียงคันนั้นเต็มไปด้วย สิ่งของจำเป็นสำหรับการพัฒนาที่อยู่ เมล็ดพันธุ์พืช ปุ๋ย และเสบียง และดูเหมือนว่าสเตเดียมจะดำรงอยู่ไปอีกนาน ไม่ใช่สถานที่ที่กำลังจะดับสูญตามการคาดการณ์ของเมลวิน เมลวินเห็นว่าการที่พวกเมดิสันมีของดำรงชีพแบบนี้มันนานเกิดที่เขาจะรอได้  เมลวิน และแก๊งอีแร้ง จึงพากันเคลื่อนย้ายขบวนรถที่จอดเต็มหน้าสเตเดียม ออกไปจนหมด และยอมที่จะจากไปโดยดี 

Photo by Richard Foreman Jr/AMC

Photo by Richard Foreman Jr/AMC

 

      เมดิสัน เรียกอลิเซีย ไปคุย และให้เอลิเซียทำตามสิ่งที่เธอบอก คือเตรียมเสบียง ยา และอาวุธ เก็บมันไว้ในรถแลนด์โรเวอร์ และเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ อลิเซียถามถึงเหตุผลที่เมดิสันคิดทำแบบนี้ เมดิสันตอบไปเพียงว่า …Just in Case ก็คือแค่เผื่อไว้ (เมดิสันยังไม่ไว้ใจพวกแก๊งอีแร้ง) 

      จบเรื่องราวในอดีตก็เหมือนทุกอย่างจบลงได้อย่างสวยงาม แต่กลับมาที่ปัจจุบัน จอห์น และมอร์แกนตัดสินใจออกตามหานาโอมิ ตามคำขอร้องของจอห์น จนไปเจอเข้ากับ…เอ็ดการ์… หนึ่งในสมาชิกของแก๊งอีแร้ง ซึ่งจอห์นสังเกตจากธงพ่นตัวเลขที่เป็นสิ่งที่พวกแก๊งอีแร้งชอบทำ จอห์นเจรจาให้เอ็ดการ์บอกข้อมูลบางอย่างของแก๊งอีแร้ง แต่เอ็ดการ์ขัดขืนและพยายามจะชักปืนมายิง สุดท้ายด้วยสกิลแม่นปืนของจอห์นชักปืนยิงไปที่นิ้วของเอ็ดการ์ได้ทันก่อนที่เอ็ดการ์จะหยิบปืนสำเร็จ

Photo by Richard Foreman Jr/AMC

      จอห์น พยายามเค้นข้อมูลจากเอ็ดการ์ โดยมีมอร์แกน ยืนดูด้วยความเป็นห่วง สุดท้ายจอห์นสามารถยึดแผนที่นัดเจอกันของพวกอีแร้งมาได้ ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกันกับที่พวกอัลเธีย แสตนด์ ลูเซียน่า และอลิเซียเดินทางไป มอร์แกนปล่อยเอ็ดการ์ และบอกเอ็ดการ์ให้ไปเตือนคนของแก๊งอีแร้งว่า มีคนจะลอบฆ่าอยู่ที่จุดนัดพบ ก่อนที่เอ็ดการ์จะหนีจากไป

Photo by Richard Foreman Jr/AMC

      ที่จุดนัดพบ ลูเซียน่า แสตนด์ และอลิเซีย กำลังเตรียมอาวุธสำหรับโจมตีพวกอีแร้ง จากแผนที่ที่พวกอีแร้งเขียนไว้เพื่อนัดพบกัน แต่ปรากฎว่าพอถึงเวลานัด กลับมีเพียงแค่รถคันเดียวเท่านั้นที่มุ่งหน้ามาที่นั่น ใช่แล้วครับ จอห์น และมอร์แกน ที่ยึดรถของเอ็ดการ์ และขับมายังจุดนัด เพื่อหยุดทุกอย่าง 

Photo by Richard Foreman Jr/AMC

      อลิเซีย แสตนด์ และลูเซียน่า เข้าควบคุมจอห์น และมอร์แกน ด้วยความโกรธอลิเซียจึงถามไปว่า เหตุใดพวกเขาถึงมาที่นี่ได้ มอร์แกน และจอห์นพยายามจะอธิบายว่าพวกเขามาเพื่อช่วย และตอนนี้พวกแก๊งอีแร้ง ก็จะไม่มาที่จุดนัดพบอีกแล้ว พูดไม่ทันขาดคำ ที่ปลายสนามอีกด้านก็มีขบวนรถวิ่งเข้ามา แก๊งอีแร้งนำโดยเมลวินในสภาพที่มอมแมม ปรากฎตัวพร้อมกับจ่อปืนมาทางพวก อลิเซีย แสตนด์ ลูเซียน่า เอ็ดการ์บอกกับเมลวินว่า มอร์แกนคือคนที่เตือนเรื่องการลอบฆ่า ด้านมอร์แกนเองก็พยายามจะยุติเหตุการณ์นี้ให้ได้ ขณะที่เหตุการณ์ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ มีเสียงของหญิงสาวรอดออกมาจากวิทยุสื่อสารของเมลวิน และถามถึงตำแหน่งที่อยู่ของเมลวิน

Photo by Richard Foreman Jr/AMC

Photo by Richard Foreman Jr/AMC

 

      ก่อนที่ปลายสนามอีกด้านจะมีรถแลนด์โรเวอร์ ขับเข้ามาจอดที่อีกด้าน ปรากฎร่างของหญิงสาว …นาโอมิ… เธอลงมาจากรถแลนด์โรเวอร์ ที่เป็นรถคันเดียวกันกับที่พวกเมดิสันเตรียมไว้  นาโอมิเธอกลายมาเป็นสมาชิกในแก๊งอีแร้ง และสร้างความตกใจแกพวกอลิเซีย ด้านจอห์นเองเมื่อเห็นนาโอมิ ก็รีบเดินเข้าไปหาทันที ในขณะที่อลิเซียเริ่มหัวเสียและพยายามจะฆ่านาโอมิ สุดท้ายจอห์นนำตัวมาบังนาโอมิ จอห์นเลยถูกยิงแทน ร่างของจอห์นร่วงลงไปกองบนพื้น ก่อนที่จะจบตอนนี้ไปอย่างค้างคา 

Photo by Richard Foreman Jr/AMC

Photo by Richard Foreman Jr/AMC

 

      เมดิสันในไทม์ไลน์ปัจจุบันเธออยู่ที่ไหน? เป็นหรือตาย? นาโอมิเธอกลายมาเป็นสมาชิกแก๊งอีแร้งได้อย่างไร? และจอห์นจะตายจริงหรือไม่? ติดตามได้ในตอนหน้า Fear The Walking Dead Season 4 Episode 7 : The Wrong Side of Where You Are Now ที่จะกลับมาฉายอีกที 4 มิถุนายน 2018 (อาทิตย์หน้างดฉาย) 

Photo by Richard Foreman Jr/AMC

Photo by Richard Foreman Jr/AMC

 

 

 

 

 

 

Comments

comments

Leave A Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *