[Spoiler] Recap : The Walking Dead 8 Ep.12 : The Key “ความผิดพลาดของนีแกน กับกุญแจสู่อนาคต”

      The Walking Dead Season 8 Episode 12 มีชื่อตอนว่า The Key ใกล้บทสรุปเข้าไปทุกทีแล้ว สำหรับสงครามครั้งนี้ การต่อสู้เพื่อความอยู่รอด เพื่ออิสรภาพ และเพื่ออนาคตอันสดใส เหล่าผู้รอดชีวิตที่เหลือต้องห้ำหั่นกันเอง เมื่อทุกอย่างที่เกิดขึ้นยากแก่การสร้างข้อตกลงที่ดี (เขียนบทโดย : Corey Reed ,Channing Powell กำกับการแสดง : Greg Nicotero

      หลังจากริค และมิโชนฝังคาร์ลไว้ที่อเล็กซานเดรียพวกเขาและเธอก็มุ่งหน้ามายังฮิลท็อปเพื่อจบเรื่องนี้ให้ได้ โดยริคนำวิทยุสื่อสารของพวกเซเวียร์ที่เจอจากศพพวกเซเวียร์กลับมาด้วย ประตูฮิลท็อปเปิดต้อนรับริคและมิโชน สิ่งแรกที่ริคทำหลังจากมาถึงฮิลท็อปคือการเข้าไปกอดลูกสาวคนสุดท้ายของเขา พร้อมกับมุ่งหน้าไปลานกว้างที่มีไว้ฝังศพ

      ริคเดินไปยังหลุมศพของเกล็นและอับบราฮัม พร้อมกับนั่งขบคิดอะไรบางอย่าง แดริลที่เห็นริคอยู่ที่หลุมศพของเกล็นและอับบราฮัม จึงไปเข้าไปคุยเปิดอกถึงเรื่องราวในอดีต แดริลพูดถึงเรื่องที่เขาเคยวู่วามขับรถขยะชนรังเซเวียร์ และเขาก็แอบคิดด้วยว่าที่เหตุการณ์ที่ต้องเป็นแบบนี้อาจจะเป็นเพราะเขา แต่สิ่งเดียวที่แดริลต้องการตอนที่เขาลงมือทำคือ แค่อยากให้เรื่องนี้จบให้เร็วที่สุด ซึ่งริคเองก็บอกแดริลว่า แดริลทำถูกแล้ว 

      เพียงแค่เพียงชั่วครู่ ริคก็เดินทางออกไปทำภารกิจ หลังจากที่รู้การเคลื่อนไหวของพวกเซเวียร์ผ่านวิทยุสื่อสารที่ริคเก็บมาได้ ริคและพรรคพวกอีกจำนวนหนึ่งที่กระจายตัวอยู่ในป่า และตามจุดเฝ้าระวัง เพื่อคอยสอดส่องหากว่าพวกเซเวียร์บุกมา จะได้แจ้งเตือนให้ทีมตั้งรับได้ทันเวลา

      แม็กกี้ โรสิต้า พวกเธอยืนเฝ้าบริเวณกำแพงและพบเห็นความผิดปกติ เมื่อจู่ๆมีลังเปล่าๆ 2 ใบ มาวางไว้ตรงลานกว้างด้านนอกกำแพงฮิลท็อป พวกเธอจึงออกไปเอาลังปริศนานั้นและก็ต้องพบกับเรื่องประหลาดใจ

      มีข้อความที่เขียนทิ้งไว้ว่า ให้นำแผ่นเสียง และอาหารมาแลกสิ่งของบางอย่างไป หลายๆคนที่เห็นสิ่งนี้ทั้ง อีนิด และแม็กกี้ต่างคิดว่านี้อาจจะเป็นกับดัก แต่มิโชนกลับเห็นต่างเพราะเธอคิดว่าหากมีคนที่เขาต้องการจะช่วยเหลือจริงๆ เราจะพลาดความช่วยเหลือนั้นไป และตัวเธอเองก็จะเสียสละออกไปตามหากลุ่มลึกลับที่วางลังพวกนี้ทิ้งไว้เอง แต่สุดท้ายทั้งอีนิด มิโชน แม็กกี้ และโรสิต้า ก็ออกไปจากเมืองเพื่อไปยังจุดนับพบด้วยกัน ตามพิกัดที่กลุ่มปริศนาระบุในข้อความที่ทิ้งไว้

      เมื่อถึงทางแยกที่เป็นจุดนัดพบ มีรถคันหนึ่งจอดขว้างทางไว้มีสองสาวฝาแฝดยืนคุมเชิงอยู่ข้างรถด้านนอก เมื่อพวกแม็กกี้จอดรถ และลงจากรถมาเพื่อเจรจา ประตูรถของกลุ่มคนปริศนาก็เปิดออกพร้อมกับเผยร่างผู้หญิงผมทองวัยกลางคน เดินลงรถมาจากรถด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ดูเป็นมิตร

      จอร์จี้ คือชื่อที่เธอแนะนำกับพวกแม็กกี้ เธอต้องการมาเจรจาเพื่อสร้างข้อตกลงแลกเปลี่ยนสิ่งที่ฮิลท็อปมี เช่นพวกอาหาร หรือแผ่นเสียง แลกกับสิ่งที่เขามีนั่นก็คือความรู้ ความรู้ที่จะนำไปสู่อนาคต เธอสังเกตเห็นและมันมากพอที่จะทำให้เธอรู้ว่ากลุ่มของแม็กกี้เป็นกลุ่มของคนดี เธอต้องการทำให้มนุษย์กลับไปเชื่อใจกันได้อีกครั้งอย่างที่มันเคยเป็นมาก่อน ซึ่งอีนิดมองว่าสิ่งที่จอร์จี้พูด เป็นเหมือนกับการขายฝัน และมันไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริงๆ แต่จอร์จี้ก็แสดงท่าทีที่มั่นใจว่าทุกอย่างที่เธอพูดมาสามารถเกิดขึ้นได้จริง 

      มิโชนเริ่มคล้อยตามจอร์จี้ และคิดว่าน่าจะสร้างข้อตกลงกับพวกเธอ แต่แม็กกี้เธอไม่เห็นด้วย พร้อมกับสั่งให้พาจอร์จี้ และสองสาวฝาแฝดกลับไปยังฮิลท็อป เพื่อปรึกษากันอีกครั้ง

      กลับไปที่ฮิลท็อป แม็กกี้กับมิโชนต้องปรึกษากันอย่างหนัก กับวิธีการรับมือกลุ่มลึกลับนี้ เพราะในรถของพวกเธอมีเสบียง และตอนนี้คนใต้การดูแลของแม็กกี้ก็ต้องการมัน แม็กกี้จึงไม่สามารถที่จะปล่อยสาวๆกลุ่มนี้ไปได้ ซึ่งอีนิดก็เห็นดีเห็นงามกับแม็กกี้ ว่าควรจะยึดอาหารในรถมา และอย่าแกล้งทำเหมือนกับว่าโลกนี้มันสวยงาม ทั้งๆที่มันเลวร้าย วันหนึ่งกลุ่มพวกนี้ก็จะโดนขโมยอาหาร หรือแย่ที่สุดก็อาจจะโดนฆ่า มิโชนที่เห็นต่างพยายามพูดเตือนโดยการยกเรื่องคาร์ลขึ้นมา เพราะครั้งหนึ่งคาร์ลก็เคยช่วยใครที่ไหนก็ไม่รู้ ไร้หัวนอนปลายเท้า และตอนนี้การช่วยของคาร์ลทำให้เรามีหมอ ซึ่งเป็นประโยชน์กับพวกเราในเวลานี้ 

      มิโชนเธอพูดเกลี่ยกล่อมแม็กกี้จนสุดท้ายแม็กกี้ใจอ่อน และยอมทำตามสิ่งที่มิโชนแนะนำ แม็กกี้เธอใส่แผ่นเสียงในลัง และนำไปให้จอร์จี้ ก่อนจะบอกให้จอร์จี้กลับไปยังเมืองที่เธอจากมา จอร์จี้เธอเองก็เป็นคนที่มองคนออก เธอจึงเลือกที่จะเปลี่ยนข้อตกลง และมอบอาหารที่เธอมีทั้งหมดในรถให้แม็กกี้ เพราะเธอเชื่อว่าแม็กกี้ต้องการมากกว่าตัวเธอ นอกจากนี้เธอยังให้หนังสือแบบพัฒนาเมือง สู่ความยั่งยืน ในหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่จะทำให้แม็กกี้พัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนได้ ซึ่งสิ่งที่จอร์จี้ทำแสดงถึงน้ำใจ จนแม็กกี้เองต้องกล่าวขอบคุณเธอ จอร์จี้ให้สัญญากับแม็กกี้ว่าจะกลับมาหาอีกในไม่ช้า เธอกล่าวอำลา และออกจากฮิลท็อปไป 

      ที่ฐานเซเวียร์ นีแกนกับลูกน้องกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมอาวุธชิ้นใหม่ อาวุธชุบเครื่องใน เลือด และน้ำเหลืองของวอล์คเกอร์ หวังที่จะใช้เป็นอาวุธชีวภาพบุกไปถล่มพวกริคที่ฮิลท็อปเพื่อสั่งสอนที่คิดลุกขึ้นมาโค่นอำนาจ  โดยแผนที่วางไว้คือ ไม่ได้ต้องการจะฆ่าให้ใครตาย แต่เพียงแค่สร้างบาดแผล และด้วยพิษวอล์คเกอร์ที่ชุบไปในอาวุธจะไปกระตุ้นเชื้อที่มีในตัวคนที่โดนจนป่วยตาย และกลายร่างในที่สุด

      ขบวนเซเวียร์มุ่งหน้าไปยังฮิลท็อป โดยที่ไซม่อน เรียกดไวท์ขึ้นมานั่งไปด้วยในรถคันเดียวกัน เพราะเหมือนกับว่าไซม่อนมีเรื่องบางอย่างที่อยากจะคุยเปิดอกกับดไวท์ ในขณะที่นีแกนขับรถคันสีดำปิดท้ายขบวนเพียงคนเดียว ระหว่างทางไซม่อนได้เปิดใจคุยกับดไวท์แบบอ้อมๆถึงวิธีการคุมคนของนีแกน ไซม่อนมองว่าถ้าเราทำตามวิธีการของนีแกนต่อไป ปัญหามันจะลุกลามขึ้นเรื่อยๆ เพราะพวกริคไม่ได้กลัวเซเวียร์อีกต่อไปแล้ว ไซม่อนพยายามพูดทุกอย่างให้ดไวท์เห็นด้วยกับเขา แต่หารู้ไม่ว่า ดไวท์นี้แหละที่ทำงานให้ริคอยู่ตอนนี้

      พวกเซเวียร์เดินทางใกล้เข้ามาเต็มที เหล่ายามที่แม็กกี้ส่งออกไปรวมถึงริค กระจายตัวตามจุดสำคัญ พวกเขาตกลงกันไว้ว่าหากพวกเซเวียร์ปรากฎ พวกเขาจะส่งสัญญานด้วยการบีบแตรรถเป็นทอดๆจนมาถึงฮิลท็อป เพื่อให้คนที่ฮิลท็อปเตรียมตัว 

      ริคที่ซุ่มดูพวกเซเวียร์จากสิ่งที่พวกเซเวียร์พูดผ่านวิทยุสื่อสาร ทำให้ริครู้ตำแหน่งที่ได้เปรียบในการสังเกตการณ์ครั้งนี้ ไม่นานนักริคก็เห็นขบวนรถของพวกเซเวียร์ที่ขับผ่านไป  แน่นอนว่าริคเห็นรถที่นีแกนขับอยู่ ซึ่งเขาอยู่ในรถคันสีดำท้ายขบวน เขามองเห็นถึงช่องโหว่ในการเล่นงานนีแกน จากเดิมแผนคือบีบแตรรถเพื่อส่งข่าวว่าพวกเซเวียร์เคลื่อนตัวแล้ว แต่ริคตัดสินใจเปลี่ยนแผนไม่บีบแตร และขับรถไปโจมตีนีแกนแทน 

      ขบวนเซเวียร์ขับรถผ่านซอยเล็กๆ ไซม่อนสังเกตเห็นรถคันหนึ่งขับพุ่งเข้ามา เขาตกใจอยู่เล็กน้อยแต่เขาก็เลือกที่จะเมินเฉย จนรถคันนั้นซึ่งเป็นรถของริค พุ่งเข้าชนรถของนีแกนอย่างจัง รถของนีแกนหักหลบเข้าไปอีกเส้นทาง ก่อนที่การไล่ล่านีแกนของริคจะเริ่มต้นขึ้น

 

      ริคขับรถไล่ล่านีแกน จนสุดท้ายรถคันสีดำของนีแกนเสียหลักพลิกคว่ำข้างทาง ริคอาศัยจังหวะได้เปรียบบุกกราดยิงนีแกน แบบไม่ยั้งมือ จนนีแกนหนีเข้าไปในตึกร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งริคก็วิ่งตามไปไล่ยิงติดๆ 

 

      ในตึกร้างริคยังคงไล่ยิงนีแกน ในจังหวะที่นีแกนกำลังขึ้นบันได และเหมือนจะเป็นจังหวะที่ริคสามารถเล่นงานนีแกนได้ แต่สุดท้ายกระสุนปืนของริคดันหมดเสียก่อน นีแกนหันมายิ้มให้ริคพร้อมกับท้าทายให้ริคขึ้นมาสู้ ริคใช้เวลาคิดเพียงชั่วครู่ดึงขวานไม้ข้างลำตัว เขวี้ยงใส่ที่ลำตัวนีแกน นีแกนเสียหลักจากการหลบขวานไม้ของริค เซจนไปชนกับราวบันไดหักระเนระนาดจนทำให้ร่างของนีแกนเกือบตกลงไปชั้นล่าง แต่ดีที่นีแกนสามารถเกาะขอบระเบียงไว้ได้ ในขณะที่ลูซิลล์อาวุธของนีแกนตกลงไปยังชั้นล่างเรียบร้อยแล้ว 

      ริคเดินขึ้นบันไดมาหานีแกนที่ระเบียง พร้อมกับดึงขวานที่ใช้เขวี้ยงนีแกนเมื่อสักครู่ออกมาจากผนัง และมุ่งหน้ามายังระเบียงที่นีแกนเกาะเพื่อยื้อชีวิตตัวเองไว้ ริคไม่ลังเลที่จะใช้ขวานสับลงไปบนมือที่เกาะขอบระเบียงของนีแกน แต่นีแกนเลือกที่จะปล่อย และยอมตกลงไปด้านล่างแทน 

      เนื่องจากพื้นด้านล่างเป็นพื้นไม้ที่ผุพังจึงทำให้นีแกนตกลงไปยังชั้นใต้ดินที่มืดสนิท ริครีบลงไปด้านล่าง ในขณะที่นีแกนฟื้นขึ้นมา และรีบคลำหาไม้เบสบอลลูซิลล์ แต่ด้วยความข้างล่างมืดทำให้มองไม่เห็น ริคที่ลงมายังชั้นใต้ดินก็ง่วนอยู่กับการตามหาตัวนีแกน เพราะเขารู้ว่านีแกนยังไม่ตาย 

      เสียงสะท้อนของริคที่ดังก้องในความมืด กับการเคลื่อนไหวของนีแกน ทั้งคู่พยายามตามหากันและกันเพื่อจบเรื่องราวนี้ นีแกนพยายามพูดให้ริคยอมแพ้ และเขาเองสัญญาจะไม่ทำอะไรคนของริค ริคเลยอ้างไปถึงเรื่องราวของพวกกองขยะที่โดนฆ่าตายยกแก๊ง นั่นก็เป็นการแก้ปัญหานี้ของนีแกนใช่หรือไม่ริคย้อนถามนีแกน ซึ่งมันทำให้ริคคิดว่าข้อเสนอของนีแกนมันเป็นสิ่งหลอกลวง ในขณะที่นีแกนเองก็ตกใจอยู่ไม่น้อย เพราะคำสั่งที่เขามอบหมายให้ไซม่อนไป ไม่ใช่การฆ่าล้างบาง แต่เป็นการสั่งสอนเท่านั้น (นีแกนมารู้ความจริงว่าไซม่อนขัดคำสั่งจากริค) 

      แต่ขณะนั้นเองริคก็บังเอิญไปเจอเข้ากับลูซิลล์ของนีแกนที่ทำตกไว้ นอกจากนี้เขายังเจอเข้ากับห้องที่ขังเหล่าวอล์คเกอร์ไว้ ริคเลยตัดสินใจจะปล่อยพวกวอล์คเกอร์เหล่านั้นออกมา โดยวิธีแสบๆคันๆ คือนำลูซิลล์มาจุดไฟเผา และใช้ทุบไปที่ๆไม้กั้นห้องเพื่อปล่อยวอล์คเกอร์ นีแกนเห็นแสงไฟจากลูซิลล์จึงทำให้รู้ตำแหน่งของริค เลยพุ่งเข้าเล่นงานริคทันที

      ริค และนีแกนต่อสู่กันอย่างดุเดือด มีจังหวะหนึ่งที่ริคให้ลูซิลล์ฟาดไปทีนีแกนได้ แต่นีแกนปลอดภัยเพราะส่วมเสื้อหนังอยู่ การต่อสู้ครั้งนี้เหมือนริคจะเป็นฝ่ายที่คุมความได้เปรียบทั้งหมด แต่ด้วยการที่ริคไปปล่อยวอล์คเกอร์ออกมา ทำให้มีอุปสรรคในการฆ่านีแกน จนสุดท้ายนีแกนสามารถหนีออกไปได้ ซึ่งริคพยายามตามออกไปแต่ก็ไม่เจอนีแกนแล้ว โดยก่อนที่นีแกนจะหนีออกไป เขาสามารถคว้าลูซิลล์ที่ตก กลับไปด้วยได้ทัน 

      เหล่าขบวนเซเวียร์ที่เห็นเหตุการณ์จึงต้องหยุดชะงัก ไซม่อน กับดไวท์จึงอาสาไปตามหานีแกน แต่ปรากฎว่าเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ พบเพียงกองเลือด กับซากรถที่พลิกคว่ำเท่านั้น ไซม่อนจึงคาดการณ์ไว้ว่า นีแกนอาจจะตายแล้ว หรือถ้ารอดชีวต อาการก็คงจะ 50-50 อยู่หรือไปไม่ต่างกัน ไซม่อนพูดเกลี่ยกล่อมดไวท์สำเร็จ จนสุดท้ายดไวท์ใช้บุหรี่เผารถนีแกน และเดินจากไปโดยไม่สนว่านีแกนจะเป็นหรือตาย 

      ไซม่อน และดไวท์เดินทางไปกลับยังขบวนเซเวียร์ และบอกกับพวกเซเวียร์คนอื่นๆว่านีแกนไม่รอดแล้ว พร้อมกับเปลี่ยนแผนเป็นแผนใหม่คือบุกไปแก้แค้นเพื่อนีแกน โดยการบุกไปฆ่าล้างบางพวกริคที่ฮิลท็อปให้สิ้น ฆ่าให้ตายทุกคน ก่อนที่พวกเซเวียร์จะมุ่งหน้าไปยังฮิลท็อปต่อไป โดยที่หารู้ไม่ว่า นีแกนยังไม่ตาย 

      ในช่วงท้ายตอน เราจะเห็นนีแกนนอนสงบอยู่ในรถที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่ และแล้วเขาจะค่อยๆเฉลยว่าใครเป็นคนขับรถให้นีแกน ปรากฎว่าคนที่ขับรถให้นีแกนคือเจดิส ที่กำลังขับรถ และนำปืนจ่อมาที่นีแกนอยู่ เจดิสได้ตัวนีแกนมา คาดว่าน่าจะเพราะผลจากการต่อสู้ทำให้นีแกนไปสลบอยู่ที่ไหนสักแห่งจนเจดิสมาเจอ (จบตอน)

 

 

Comments

comments

Leave A Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *