[Spoiler] Recap : The Walking Dead 8 Ep.11 : Dead or Alive Or “ภารกิจอพยพ และอาวุธใหม่ของเซเวียร์”

      The Walking Dead Season 8 Episode 11 มีชื่อตอนว่า Dead or Alive Or เพิ่มดีกรีความเข้มข้นเข้าไปทุกทีกับสงครามครั้งสุดท้าย ใครจะเป็นผู้อยู่รอดในโลกที่เต็มไปด้วยซอมบี้ และทรัพยากรน้อยนิดแบบนี้ ใครกันที่จะสามารช่วงชิงมาได้ (เขียนบทโดย : Eddie Guzelian กำกับการแสดงโดย : Michael Satrazemis)

      ขบวนอพยพของชาวอเล็กซานเดรีย กำลังอพยพผ่านป่าที่ระหว่างทางต้องคอยหลบพวกเซเวียร์ที่คอยกระจายตัวไปทั่วป่า แดริล โรสิต้า และทาร่าจะนำทัพในการพาผู้รอดชีวิตไปถึงที่หมายให้ได้ 

      ด้วยการที่ป่าบริเวณนั้นเต็มไปด้วยพวกเซเวียร์ จึงทำให้พวกแดริล โรสิต้า และทาร่าทำงานอย่างหนัก และพยายามจะหาเส้นทางที่หลบเลี่ยงพวกเซเวียร์ให้ได้ โดยมีดไวท์ที่อพยพมาด้วยในครั้งนี้ชี้ช่องทางที่ปลอดภัยให้

      ดไวท์บอกถึงเส้นทางที่เซเวียร์เคยสำรวจมาก่อนหน้านี้ว่ามีเส้นทางไหนบ้าง และมันคงจะอันตรายถ้ามุ่งหน้าไปยังเส้นทางนั้น แต่มันก้มีเส้นทางหนึ่งคือบริเวณบึงน้ำที่พวกเซเวียร์ไม่เคยสำรวจ เพราะความอันตรายของบึงทำให้ไม่มีเซเวียร์คนไหนมาสำรวจ นี่จึงน่าจะเป็นเส้นทางที่ขบวนอพยพควรจะไป ดไวท์ให้ข้อคิดเห็นแบบนี้

      การให้คำแนะนำของดไวท์มีทั้งคนเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ทาร่ายังคงยืนหยัดที่จะไม่เชื่อคำแนะนำของดไวท์ ดไวท์พยายามจะบอกถึงบริสุทธิ์ใจของเขาว่าเขาต้องช่วย และต้องการให้นีแกนตายจริงๆ ซึ่งเขาก็ทำให้ทั้งแดริล โรสิต้า และทาร่าเห็นมาแล้วว่าเขาฆ่าเซเวียร์ทิ้งในคืนที่เซเวียร์บุกอเล็กซานเดรีย 

      สุดท้ายแดริล และโรสิต้าที่เป็นเหมือนคนที่มีเหตุผลมากที่สุดตอนนั้น เลือกที่จะเชื่อดไวท์และมุ่งหน้าไปตามทางที่ดไวท์บอก จนไปถึงบึง

      บึงค่อนข้างอันตรายอย่างมาก เพราะเหล่าวอลืคเกอร์กระจายตัวอยู่ทั่วบึงพร้อมที่จะขึ้นมาเล่นงานผู้อพยพทันที แดริล โรสิต้า และคนอื่นๆที่ชำนาญจึงอาสาลงไปเคลียร์เส้นทางโดยการกำจัดพวกวอล์คเกอร์ตามบึง ในขณะที่ทาร่าของอาสาดูแลผู้คนที่อยู่บนฝั่งร่วมกับดไวท์

      หลังจากที่มีทีมลงไปเคลียร์เส้นทางในบึง ทาร่าอาสาจังหวะที่ทุกคนง่วนกับการเคลียร์เส้นทาง ชวนดไวท์ออกไปเคลียร์เส้นทางรอบๆ ซึ่งดไวท์ก็ยอมทำงานนี้โดยง่ายดาย โดยที่ไม่รู้เลยว่ามันเป็นกลลวงของทาร่า

      ทาร่า อยู่กับดไวท์สองคนพวกเขาและเธอเดินออกห่างมาจากกลุ่มอพยพเรื่อยๆ มีวอล์คเกอร์โผล่มาให้ฆ่าประปราย ดไวท์จึงอาศัยจังหวะนี้ขอโทษทาร่าเรื่องที่เขาเคยทำกับแฟนสาวของเธอ (หมอเดนิสถูกดไวท์ยิงหน้าไม้ทะลุตาตายคาที่) ซึ่งดไวท์เองก็รู้ตัวดีว่าการกระทำของเขาไม่ควรได้รับการอภัย 

      เมื่อทาร่าได้ยินเรื่องของแฟนสาวตัวเองก็เหมือนไปกดสวิทช์ความแค้นของทาร่า ทาร่าจ่อปืนมาที่ดไวท์ทันที ดไวท์ยอมจำนนและยกมือขึ้น พร้อมกับเจรจาแต่สุดท้ายไม่ได้ ทาร่าลั่นไกปืนไล่ล่าดไวท์ ในขณะที่ดไวท์ก็วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน จนสุดท้ายจนมุม

      แต่เหมือนโชคเข้าข้างเพราะในขณะที่ทาร่ากำลังจะเหนี่ยวไกปืน พวกเซเวียร์ก็ปรากฎตัวเสียก่อนทำให้ทาร่า และดไวท์ต้องรีบวิ่งเข้าไปหลบหลังพุ่มไม้พวกเซเวียร์กำลังพูดถึงเส้นทางค้นหาพวกผู้อพยพ และดูเหมือนว่าพวกเซเวียร์กำลังจะมุ่งหน้าไปที่บึงนำนั้น ดไวท์ได้ยินดังนั้นเห็นว่าพวกผู้อพยพอาจจะหนีไม่ทันจึงรีบแสดงตัวในขณะที่ทาร่าแอบซ่อนอยู่ในพุ่มไม้

      ดไวท์ตีหน้าซื่อ บอกเพียงว่าหลบหนีจากการโจมตีมา เขาได้ผ่านมาทางเส้นทางบึง และไม่พบพวกผู้รอดชีวิตใดๆ ดไวท์ยังภามถึงลอร่าสาวเซเวียร์ที่กุมความลับของดไวท์ไว้ ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน แต่พวกเซเวียร์ก็ตอบไปเพียงยังไม่รู้ชะตากรรมของเธอเช่นเดียวกัน จากข้อมูลที่ดไวท์ได้มาว่าลอร่ายังไม่ปรากฎตัวทำให้ดไวท์ยังเล่นละครเป็นไส้ศึกต่อไปได้ เขานำขบวนพวกเซเวียร์ออกไปทางอื่นนั่นหมายถึงพวกผู้อพยพที่กำลังเดินทางข้ามบึงปลอดภัยจากการช่วยของดไวท์

      การยอมกลับเข้าไปในกลุ่มเซเวียร์อีกครั้งของดไวท์ และล่อพวกเซเวียร์ไปเส้นทางอื่นของดไวท์อาจจะทำให้ทาร่าเริ่มเห็นอะไรบ้างอย่างในตัวดไวท์บ้างแล้ว แม้ว่าเธอกลับมาถึงขบวนอพยพจะถูกแดริลตำหนิถึงการกระทำของเธอก็ตาม เพราะแดริลก็ยังคงไม่ไว้ใจดไวท์ ถ้าหากปล่อยดไวท์กลับไปหาเซเวียร์ดไวท์อาจจะเปลี่ยนข้างอีกครั้งก็ได้ ไม่สามารถเดาใจดไวท์ได้

      ณ ฮิลท็อป แครอล มอร์แกร เฮนรี่ และชาวอาณาจักรคนอื่นๆเดินทางมาถึงที่นี่แล้ว โดนหนูเฮนรี่มีมอร์แกน และแครอลดูแลอย่างใกล้ชิด หลังจากที่เฮนรี่ฆ่าแกวินตาย และกลัวทุกอย่างมันจะเลยเถิดเพราะเฮนรี่เป็นเพียงแค่เด็กเท่านั้น

      ทั้งแครอล และมอร์แกนพยายามปิดบังเฮนรี่ว่าคนที่ฆ่าพี่ชายของเขาแท้จริงแล้วไม่ใช่แกวินที่เขาพึ่งฆ่าไป แต่เป็นจาเร็ดหนึ่งในเชลยที่แม็กกี้จับไว้ต่างหาก มอร์แกนจึงออกอุบายบอกเฮนรี่ไปว่า เฮนรี่ได้การแค้นสำเร็จแล้ว และแกวินคนที่หนูเฮนรี่ฆ่านั่นแหละคือคนที่ฆ่าพี่ชายของเขา

      แม็กกี้ที่ต้องหนักใจมากขึ้นหลังจากการทรัพยากรไม่เพียงพอต่อจำนวนคนที่มาอยู่ที่ฮิลท็อปรวมไปถึงพวกเชลยด้วย แม็กกี้ตัดสินใจลดจำนวนอาหารของพวกเชลยลง เพราะแม็กกี้ถือคติที่ว่า พรรคพวกต้องมาก่อน และเชลยที่เธอจับไว้คือศัตรู

      อัลเดน หนึ่งในเชลยที่ดูเหมือนจะเป็นคนดีที่สุดพยายามจะเจรจากับแม็กกี้ ถึงนักโทษที่ทำตัวดีๆ เขาควรจะมีโอกาสออกไปข้างนอกที่กักขังบ้าง แต่แม็กกี้ก็มองว่าศัตรูก็คือศัตรูเธอไม่ได้รับข้อเสนออันนี้ในตอนแรก แต่เวลาต่อมาเธอก็ยอมอะลุ่มอล่วยในข้อเสนอนี้ของอัลเดน 

      เกรกอรี่ที่ถูกจับรวมกับพวกเชลยก็พยายามจะพูดให้แม็กกี้นำตัวเขาออกไปให้ได้ เกรกอรี่พยายามโน้มน้าวแม็กกี้ทุกวิถีทาง พร้อมกับแนะให้แม็กกี้อพยพหนี มันอาจจะเป็นทางเดียวที่จะอยู่รอดได้ ซึ่งแม็กกี้ไม่ได้ฟังเรื่องที่ออกมาจากปากเกรกอรี่เลยสักนิด

      กำแพงฮิลท็อปเริ่มเสริมเหล็ก ทุกคนเริ่มเตรียมพร้อมสำหรับศึกครั้งนี้ ที่พวกเขารู้ดีว่าพวกเซเวียร์กำลังจะบุกมาที่นี่ 

      ในที่สุดเหล่าผู้อพยพ ก็เดินทางไปถึงฮิลท็อป แดริล ทาร่า โรสิต้าเดินเข้ามาพร้อมกับข่าวเศร้า แดริลได้บอกถึงทุกคนในฮิลท็อปถึงการตายของคาร์ล ข่าวนี้ทำให้ทุกคนฮิลท็อปเช่น แครอล แม็กกี้ รวมไปถึงแฟนสาวของคาร์ลอย่างอีนิดเจ็บปวดไม่แพ้กัน 

      ซิดดิก คนที่คาร์ลยอมเสียสละช่วยชีวิตมาเดินทางไปขอบคุณแม็กกี้ และพร้อมจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ซิดดิกถามหาห้องพยาบาล พร้อมเปิดตัวกับแม็กกี้ว่าเขาคือหมอ และนั่นมันก็ทำให้การตายของคาร์ลมีคุณค่ามากขึ้น การช่วยเพียงหนึ่งของคาร์ล อาจจะกำลังช่วยอีกหลายๆคนในอนาคต เพราะซิดดิกมีโอกาสที่จะรักษาใครอีกมากมายที่บาดเจ็บจาดศึกครั้งนี้

      เวลาต่อเวลาริค และมิโชนก็เดินทางมาถึงฮิลท็อปทีมพันธมิตรรวมตัวกันแล้วทุกกลุ่มมีเพียง 2 คนคือแอรอนที่ทำภารกิจเจรจากับพวกโอเชี่ยนไซด์ และจีซัสที่ออกไปหาเสบียง ที่ไม่อยู่ในฮิลท็อป 

      บาทหลวง และหมอคาร์สันหลังจากที่หนีออกมาได้จากการช่วยเหลือของยูจีน ก็กำลังเดินทางพึ่งไปฮิลท็อปเหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าจะเกิดปัญหาเสียก่อน เพราะอาการของบาทหลวงแย่ลงทุกขณะ

      การติดเชื้อของบาทหลวงกระจายไปสู่ดวงตา ส่งผลต่อการมองเห็นนี่คือสิ่งที่หมอคาร์สันประเมินจากอาการของบาทหลวง และหนักสุดอาจจะทำให้ตาบอดได้ บาทหลวงต้องรับยาปฏิชีวนะโดยด่วน ก่อนทุกอย่างจะสายไป 

      ระหว่างการเดินทางจู่ๆบาทหลวงได้ยินเสียงบางอย่างในป่า เขาและหมอคาร์สันจึงเดินตามเสียงนั้นไป จนสุดท้ายไปเจอเข้ากับบ้านหลังหนึ่ง

      ในบ้านหลังนั้นมีร่องรอยของคนที่อยู่อาศัยก่อนหน้านี้ พร้อมกับคนที่เคยอยู่ในบ้านหลังนี้พยายามที่จะติดต่อกับโลกภายนอกจากวิทยุ ในขณะที่ค้นบ้านสักพักก็พบว่าเจ้าของบ้านได้ตายและกลายเป็นวอล์คเกอร์ไปแล้ว แต่เหมือนพระเจ้าจะนำทางเพราะในห้องของเจ้าของบ้านมียาปฏิชีวนะตกอยู่ซึ่งมันสามารถใช้กับบาทหลวงได้ 

      บาทหลวงได้รับยาปฏิชีวนะ แต่ก็มองเห็นได้เพียงแสงรำไร จากบทสนทนาที่บาทหลวงพยายามจะให้หมอนึกถึงพระเจ้า พระเจ้าจะทรงนำทาง และเขาเชื่อในพระเจ้า บาทหลวงก็เผลอไปปัดกระปุกออมสินรูปหมูตกพื้นแตก แต่สิ่งที่อยู่ข้างในมันเป็นสิ่งที่เรียกว่าพระเจ้าทรงนำทางจริงๆ 

      ในกระปุกหมูมีกุญแจรถยนต์ที่จอดไว้ในโรงรถ พร้อมกับแผนที่นั่นมันทำให้หมอและบาทหลวงใจชื้นขึ้นมาทันใด ทั้งสองรีบออกจากบ้านทันที และในลานข้างบ้านบาทหลวงสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง

      บาทหลวงที่มองได้ไม่ค่อยชัด มองไปตามเสียงที่เขาได้ยินมาก่อนหน้านี้ และเป็นเสียงที่นำทางเขามาที่บ้าน สรุปแล้วเสียงนั้นเป็นเสียงของป้ายเหล็กที่กระทบกับเสาอยู่ แต่เมื่อบาทหลวงเพ่งมองดีๆถึงข้อความที่เขียนบนป้าย ปรากฎว่ามันคือป้ายเตือนถึงกับดักที่เจ้าของบ้านวางไว้ 

      แต่ไม่ทันได้เตือนหมอคาร์สันก็ไปเหยียบเข้ากับกับดักนี้เสียก่อน มันเป็นกับดักหมีที่เจ้าของบ้านตั้งใจตั้งไว้ดักวอล์คเกอร์ หมอส่งเสียงร้องทรมานจากการโดนกับดัก จนทำให้ฝูงวอล์คเกอร์มุ่งเข้ามาทำร้ายหมอ 

      หมอใช้ปืนที่พกฆ่าวอล์คเกอร์ไปบ้างหลายตัว แต่ก้มีวอล์คเกอร์ตัวหนึ่งที่จู่โจมจนหมอเกือบจะเสียท่า แต่ดีที่บาทหลวงอาศัยสิ่งที่เห็นเพียงน้อยนิดเล็งปืนยิงวอล์คเกอร์ตัวนั้นสำเร็จ ทั้งหมอและบาทหลวงปลอดภัย

      ทั้งคู่รีบมุ่งหน้าไปที่รถพร้อมกับจะขับออกไป แต่ผลปรากฎว่าพวกเซเวียร์มาล้อมบาทหลวง และหมอคาร์สันไว้เสียก่อน เหตุเพราะเสียงปืนที่หมอ และบาทหลวงใช้ยิงวอล์คเกอร์ทำให้พวกเซเวียร์ตามเสียงมาจนเจอในที่สุด 

      หมอคาร์สัน และบาทหลวงกำลังจะถูกนำตัวกลับไปที่ฐานอีกครั้งฟมอคาร์สันใช้จังหวะเพียงชั่วครู่ พยายามจะแย่งปืนจากพวกเซเวียร์ แต่ก็โดนยิงเสียก่อน หมอคาร์สันตายในเวลาต่อมา และบาทหลวงถูกจับกลับไปที่ฐานเพียงคนเดียว

      ณ ฐานเซเวียร์ นีแกนกำลังคุยกับยูจีนถึงการหนีไปของ หมอคาร์สัน และบาทหลวงว่ามันเป็นฝีมือของใคร พร้อมกับคาดเดาไว้ว่าน่าจะเป็นหมอคาร์สันที่เป็นคนพาหนี

 

      นีแกนมอบหมายงานใหม่ให้กับยูจีน โดนแต่งตั้งให้ยูจีนตั้งด่านใหม่ โดยยูจีนจะเป็นหัวหน้า โดยด่านนี้มีหน้าที่ผลิตกระสุน ยูจีนจะได้รับสิทธเต็มที่ในการควมคุมโรงงานผลิตกระสุนแห่งนี้ 

      ต่อมายูจีนก็ได้ก้มหน้าทำกระสุนในโรงงานอย่างเต็มกำลังพร้อมกับคนงานที่ยูจีนเป็นคนควบคุมรวมไปถึงบาทหลวงที่ถูกจับกลับมายังฐานอีกครั้ง ก็ถูกส่งมาช่วยงานยูจีนอีกด้วย โชคดีที่บาทหลวงโกหกนีแกนว่าคนที่ปล่อยตัวเขา และพาเขาหนีคือหมอคาร์สันยูจีนเลยไม่ถูกสงสัยเรื่องนี้ 

     ท้ายตอนเราจะเห็นดไวท์กลับเข้ากลุ่มอีกครั้ง พร้อมกับอาวุธใหม่ของพวกเซเวียร์ โดนนีแกนเริ่มคิดค้นนำเลือด และเครื่องในของวอล์คเกอร์มาทำเป็นอาวุธ และใช้อาวุธนี้เล่นงานพวกริค ผลจากการที่โดนอาวุธเหล่านี้จะทำให้ป่วยหนักจนตายในที่สุด (ซึ่งเราก็รู้ดีนะครับถ้าใครตายคนนั้นจะกลายร่างเป็นวอล์คเกอร์ถ้าไม่โดนทำลายสมอง เป็นอาวุธลับของฝั่งเซเวียร์ที่จะใช้ในสงครามครั้งนี้)

 

Comments

comments

Leave A Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *