[Spoiler] Recap : The Walking Dead 8 Ep.6 การกลับมาของ…แก๊งกองขยะ

      The Walking Dead Season 8 Episode 6 มีชื่อตอนว่า “The King, the Widow, and Rick” ออนแอร์เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2017 ที่ผ่านมา (ตามเวลาในประเทศไทย) กับการกำกับการแสดงครั้งแรกของ John Polson สำหรับซีรี่ส์เรื่องนี้ กับเนื้อหา 45 นาทีเต็ม ที่เล่าถึงเรื่องราวหลังจากการบุกด่านต่างๆของเซเวียร์ไปหมดแล้ว และตอนนี้จะเริ่มเข้าสู่แผนการในขั้นต่อไปของพวกริค ที่พวกเขาต้องการจะจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อวันพรุ่งนี้ที่สดใส และอิสรภาพ

Andrew Lincoln as Rick Grimes, Pollyanna McIntosh as Jadis – The Walking Dead _ Season 8, Episode 6 – Photo Credit: Gene Page/AMC

      เริ่มต้นตอนนี้ ด้วยข้อความจดหมายจากผู้นำทั้ง 3 เมือง ริค แม็กกี้ และแครอล (แครอลเป็นคนเขียนจดหมายแทน เพราะราชาเอซีเคียลไม่สามารถทำหน้าที่ได้) จดหมาย ที่เขียนเรื่องราวต่างๆ ถูกส่งกระจายไปแต่ละเมืองอย่างทั่วถึง เพื่อกระจายข่าวสาร ความคึบหน้าของแต่ละทีม ที่ออกปฎิบัติหน้าที่.. ริค เขียนสดุดีถึงผู้คนที่ยอมเสียสละชีวิต เพื่อแผนนี้ และยังคงเชื่อมั่นในแผนการว่า พวกเราจะชนะไปด้วยกัน พร้อมกับเริ่มแผนในขั้นต่อไป …แม็กกี้ เขียนเรื่องราวของการที่เธอได้จับเชลยจากเซเวียร์ขังไว้ และกำลังรอการตัดสินใจว่าจะทำอะไรกับพวกเชลยดี และ แครอล ก็เขียนถึงเรื่องการถล่มด่านของเซเวียร์ว่า สามารถบรรลุตามจุดประสงค์ และจำกัดพวกเซเวียร์ได้จนหมด อาณาจักรสูญเสียคนไปมาก มีเพียงราชาเอซีเคียล เจอร์รี่ และตัวเธอเท่านั้นที่สามารถเหลือรอดชีวิตกลับมาได้ 

      ริค มุ่งหน้าไปสถานที่แห่งหนึ่ง เมื่อไปถึงเราจึงรู้ว่า ริคกำลังมาถึงที่ทิ้งขยะ ซึ่งเป็นแหล่งที่พวก กองขยะ (The Scavengers) อาศัยอยู่ พวกกองขยะออกมาล้อมรอบตัวริคไว้ ก่อนที่ เจดิส หัวหน้ากลุ่มกองขยะ จะปรากฎตัวอีกครั้ง เธอดูแปลกใจกับการกลับมาครั้งนี้ของริคอย่างมาก 

      ริค กลับมาที่กองขยะอีกครั้ง เพราะต้องการมายื่นข้อเสนอที่เหมือนจะเป็นคำขู่ กับพวกกองขยะ ริคได้ยื่นรูปที่ถ่ายจากกล้องโพลารอยด์ ที่เขาถ่ายมาตลอด เป็นภาพของความย่อยยับของ พวกเซเวียร์ในด่านต่างๆที่ตั้งอยู่รอบๆรังใหญ่ (The Sanctuary) ก็ถูกโจมตีจนหมด รังใหญ่ของเซเวียร์ก็มีวอล์คเกอร์ล้อมรอบทุกทิศทาง พวกเซเวียร์ก็กำลังอ่อนแอลงเรื่อยๆ จากการตัดขาดจากโลกภายนอก และในไม่ช้าริคเชื่อว่า เขากำลังจะชนะ หลังจากที่ริคได้ให้ชมภาพ ริคก็ยื่นข้อเสนอให้พวกกองขยะเปลี่ยนฝั่ง และมาเข้าร่วมเป็นพันธมิตรของริคอีกครั้ง

      เจดิส และพวกกองขยะคิดว่า นี่อาจจะเป็นแผนของริค เพราะกลุ่มกองขยะทำกับริคไว้มาก จึงไม่คิดว่าพวกริคจะอยากให้กลุ่มกองขยะเข้าร่วมเป็นพันธมิตรอีกครั้ง ริคยื่นคำขาดกับพวกเจดิสว่า ถ้าหากมาเข้าร่วมเป็นพันธมิตรอีกครั้ง เราจะชนะไปด้วยกัน แต่ถ้าไม่เข้าร่วมล่ะก็ เขาก็จะทำลายที่นี่ทิ้ง เหมือนกับด่านเซเวียร์ที่พวกเขาไปถล่มมาแล้ว …สุดท้ายแล้ว เจดิสเลือกที่จะปฎิเสธริค ไม่ยอมร่วมมือกับภารกิจครั้งนี้ และจับตัวริคไปขังไว้

      ริค ถูกขังไว้ในตู้เทรลเลอร์ ในสภาพเปลือยกาย ซึ่งตู้เทรลเลอร์นี้ เจดิสได้เขียน ตัวอักษร “A” กำกับไว้ ก่อนจะจบฉากนี้ไป เราจะได้เห็นริคมองลอดออกมาจากรูของ ตู้เทรลเลอร์ใบนี้ (ชะตากรรมของริคจะเป็นอย่างไร พวกกองขยะจะทำอะไรกับริค ต้องติดตามในตอนหน้าเลย )

      คาร์ล ก็ออกไปข้างนอกอเล็กซานเดรีย เพียงลำพังอีกครั้ง ในป่าคาร์ลได้เจอกับวอล์คเกอร์กำลังติดกับดัก ที่มีคนทำเอาไว้ สักพักก็มีชายปริศนาเดินเข้ามากำจัดวอล์คเกอร์ที่ติดกับดักตัวนั้น ขณะที่คาร์ลมองดูอยู่ไกลๆ คาร์ลได้เรียกชายคนนั้น และพบว่ามันเป็นชายคนเดียวกันกับที่เขาเจอในปั้มน้ำมันร้าง ในตอนที่ 1 คาร์ลแนะนำตัวพร้อมกับแก้ต่างให้ริคว่า ที่ริคยิงปืนไม่ได้ต้องเอาการชีวิต แต่เพียงต้องการขู่เท่านั้น และริคก็เป็นพ่อของเขา 

      ซิดดิก คือชื่อของชายคนนั้นที่แนะนำตัวกับคาร์ล คาร์ลนำน้ำ และเสบียงให้กับซิดดิก พร้อมกับเริ่มถาม คำถามที่เราได้ยินประจำ เป็นคำถามเดียวกับตอนที่ริคจะรับคนเข้ากลุ่ม เช่น คุณฆ่าวอล์คเกอร์ไปแล้วกี่ตัว? คุณฆ่าคนไปแล้วกี่คน? ซึ่งซิดดิกเองก็ตอบไปตามความจริง ไม่ได้มีอะไรที่มีพิรุธว่า ซิดดิกกำลังโกหก หรือเป็นคนไม่ดี เขาขอบคุณคาร์ลสำหรับสิ่งที่คาร์ลทำให้ สุดท้ายคาร์ลจึงชวน ซิดดิกกลับไปยังอเล็กซานเดรีย ซึ่งในตอนแรก ซิดดิกยังลังเลว่าจะกลับไปคาร์ลดีไหม แต่สุดท้ายก็ตอบตกลงว่าจะกลับไปกับคาร์ล แม้ว่าจะกังวลว่าริคจะไม่ยอมรับก็ตาม 

      ระหว่างทางกลับ พวกคาร์ล และซิดดิกได้เห็นกลุ่มวอล์คเกอร์ 3-4 ตัว และนึกถึงคำที่ ซิดดิกบอกไว้ ว่าการที่ฆ่าพวกวอล์คเกอร์จะเป็นการปลดปล่อยวิญญานของพวกเขา ทั้งคาร์ล และซิดดิกจึงพากันไล่ฆ่าวอล์คเกอร์ที่เห็นด้านหน้าจนหมด แม้จะทุลักทุเลไปหน่อย แต่ก็ถือว่าพวกวอล์คเกอร์เหล่านั้นก็ช่วยให้ คาร์ล และซิดดิก สนิทกันมากขึ้น

      อาณาจักรกำลังอยู่ในช่วงแห่งความเศร้าโศก และไว้อาลัยให้กับคนที่จากไปจากสงครามที่เกิดขึ้น แครอลที่ยังคงปักหลักอาศัยอยู่ในอาณาจักร พยายามที่จะเข้าไปพบราชาเอซีเคียล เพื่อให้ดำเนินตามแผนต่อไป คือการไปหาพวกริคที่จุดนัดพบใน 2 วันถัดไป 

      แครอล ได้ตะโกนบอกราชาว่าตอนนี้ เราต้องการนักสู้ จนคำเหล่านั้นได้ยินไปถึง เฮนรี่ (น้องชายของเบนจามินลูกศิษย์รักของมอร์แกน) เฮนรี่ บอกกับแครอลว่า เขาเองพร้อมแล้วสำหรับเรื่องนี้ และเขาจะเป็นคนไปกับแครอลเอง แต่แครอลปฎิเสธ และบอกให้หนูน้อย เฮนรี่ อย่างตามเธอมาเด็ดขาด

      แครอล ออกไปนอกอาณาจักรเพื่อไปเอาอาวุธในรถเทรลเลอร์ของริชาร์ด ที่ซ่อนอาวุธไว้ แต่เธอก็ต้องมาสะดุดตากับเด็กน้อยเฮนรี่ ที่กำลังใช้ไม้กระบองโจมตีพวกวอล์คเกอร์อยู่ เฮนรี่ได้แอบตามแครอลออกมา ในที่สุดแครอลก็ยอมใจอ่อน พาเฮนรี่ไปด้วย พร้อมกับมอบปืนให้กับเฮนรี่ไว้ป้องกันตัว 

     เวลาต่อมา แครอลกลับไปที่อาณาจักรอีกครั้ง พร้อมกับทำทุกวิถีทางที่จะเข้าไปคุยกับราชาเอซีเคียลในโรงละคร จนสุดท้ายเธอก็สามารถเข้าไปในโรงละครได้ แต่ก็ต้องพบกับสภาพของราชาเอซีเคียลที่เปลี่ยนไป

     ราชาเอซีเคียล นั่งหมดอาลัยตายอยาก พร้อมกับจับโซ่ที่ครั้งหนึ่ง เคยล่ามเสือ สัตว์เลี้ยงของเขาไว้ตอนยังมีชีวิต แครอลพยายามพูดให้เอซีเคียลลุกขึ้นมาและข้ามผ่านวันเวลาอันโหดร้ายไปให้ได้ แครอลอยากให้เอซีเคียลกลับมาเป็นจุดศูนย์รวมของอาณาจักรอีกครั้ง และร่วมศึกครั้งนี้ต่อไป แต่สุดท้ายแม้ว่าแครอลจะพูดออกมาทั้งน้ำตาเพียงใด ราชาก็ไม่ได้มีกำลังใจขึ้นมาเลย ราชาเอซีเคียลขอถอนตัวจากศึกครั้งนี้

      ย้ายมาที่ฝั่งฮิลท็อป พวกเชลยถูกมัดไว้อยู่นอกกำแพง เพราะเกรงว่าหากนำเข้าไปไว้ในกำแพงจะเป็นอันตราย จีซัสก็ยังคงต่อปากต่อคำกับแม็กกี้เรื่องพวกเชลยเซเวียร์เหล่านี้ ที่จีซัสพยายาม ให้น้ำ ให้อาหาร และดูแลอย่างดี เพราะเขาไม่อยากจะให้สงครามสร้างความสูญเสียไปมากกว่านี้ ส่วนแม็กกี้ก็พยายามเตือนสติจีซัส กับเรื่องที่พวกเรากำลังทำอยู่ตอนนี้ ว่ามันเป็นการทำเพื่ออนาคตของเราเหมือนกัน 

      เกรกอรี่ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่พยายามจะทำทุกอย่างให้เหมือนปกติ และพยายามทำตัวราวกับว่า เขาลืมความผิดของตัวเองที่เคยทำกับฮิลท็อปไว้ เขาโต้เถียงกับแม็กกี้พักใหญ่ เรื่องคนที่แม็กกี้ไว้ใจ และแนวทางของการจบเรื่องนี้ แต่แม็กกี้เองก็เหมือนมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้ว ว่าใครกันแน่ที่ไม่น่าไว้ใจที่สุดในที่แห่งนี้ เป็นหมาป่าในฝูงแกะ ที่จ้องจะทำร้ายผู้คนอยู่ตลอดเวลา 

 

      การมัดเชลยไว้นอกกำแพงที่เปิดโล่งมันเสี่ยงเกินไป ในเวลากลางคืนก็อันตราย แม็กกี้จึงทำคุกลวดหนามไว้ในกำแพง และนำเชลยทั้งหมด เข้าไปขังอยู่ด้านใน และคนไหน ที่แม็กกี้เห็นว่าไม่น่าไว้ใจจะถูกจับขังในคุกลวดหนามทั้งหมด รวมไปถึง..เกรกอรี่  เกรกอรี่โดนแม็กกี้จับขังในคุกลวดหนาม พร้อมๆกับพวกเซเวียร์คนอื่นๆ แม้ว่าเกรกอรี่จะขัดขืน และพยายามพูดต่างๆ นานา แต่ก็ไม่เป็นผล สุดท้ายหมาป่าเจ้าเล่ห์ตัวนี้ ก็ถูกจับขังไปพร้อมๆกับเพื่อนๆของมัน 

       สุดท้ายแม็กกี้ก็ตัดสินใจได้แล้วว่า จะทำอะไรกับพวกเชลยพวกนี้ แม็กกี้จะเก็บเชลยพวกนี้ไว้สำหรับการต่อรองในอนาคต แม็กกี้เห็นว่าการทำแบบนี้จะเกิดประโยชน์มากที่สุด 

      แอรอนที่นำทารกเกรซี่ จากด่านสำนักงานของเซเวียร์มาให้กับแม็กกี้ดูแล แอรอนยังคงคุกรุ่นกับความเศร้าที่เขาพึ่งเสีย อีริคไป โดยมีอีนิด และแม็กกี้คอยรับฟัง และเข้าอกเข้าใจแอรอนถึงความสูญเสียเป็นอย่างดี หลังจากนั้น แอรอนกำลังจะออกไปจากฮิลท็อป ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่นอกแผนการ โดยมีอีนิดขอตามแอรอนไปด้วย เราจะยังไม่รู้ว่าแอรอนไปไหน แต่ประโยคที่เขาบอกทำให้เรารู้เพียงว่า “เขากำลังจะทำในสิ่งที่ทำให้มั่นใจว่า พวกเขาจะชนะในศึกครั้งนี้”

      มิโชน และโรสิต้า ที่เฝ้าอยู่ที่อเล็กซานเดรียเพื่อรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ สุดท้ายพวกเธอก็ไม่สามารถนิ่งเฉยได้ พวกเธอทั้ง 2 ได้มุ่งหน้าออกจากอเล็กซานเดรีย ไปยังรังใหญ่ของเซเวียร์ เพื่อดูว่าแผนการที่วางไว้ทั้งหมดเป็นไปตามแผนรึเปล่า เพราะมิโชนเอง เธอไม่สามารถอยู่เฉยๆได้ ขณะที่เพื่อนๆ และสามีของเธอต้องออกไปสู้อยู่ข้างนอก มันทำให้เธออยู่ในภาวะ ที่กินไม่ได้ และนอนไม่หลับ ไม่มีความสุข โรสิต้าเองก็เห็นดีเห็นงามกับเรื่องนี้ด้วย ระหว่างทางที่สองสาวมุ่งหน้าไปรังใหญ่เซเวียร์นั้น พวกเธอก็ได้ยินเสียงเพลงดังก้องมาจากในป่า ทำให้พวกเธอต้องหยุดรถ และรีบตามเสียงนั้นไป 

      สองสาวตามเสียงนั้นไป จนไปเจอต้นตอของเสียง ว่ามันคือโกดังเก็บของ ของพวกเซเวียร์ ด้านในมีพวกเซเวียร์อยู่ 2 คน ที่เหลือรอดจากการโจมตีของริค พวกเขากำลังพยายามจะกลับเข้าไปช่วยพวกเซเวียร์ที่เหลือ จากการที่ถูกพวกวอล์คเกอร์ล้อมรอบฐานไว้ โดยแผนของเซเวียร์ 2 คนนี้คือ จะใช้เสียงเพลงล่อพวกวอล์คเกอร์ออกมา โดยพวกเขาได้ดัดแปลงรถ และใส่ลำโพงไว้เต็มลำรถคันนั้น 

      โรสิต้า และมิโชน ที่แอบไปได้ยินแผนการนี้พอดี ในขณะเดียวกันพวกเซเวียร์ก็จับได้ว่า มีผู้บุกรุก เหตุการณ์ที่เหมือนแมวไล่จับหนูก็เกิดขึ้น มิโชนถูกโจมตีจากแม่สาวผิวสี หนึ่งในพวกเซเวียร์ที่อยู่ในโกดังนั้น และดูเหมือนว่า การอาการบาดเจ็บของมิโชน จะทำให้ความสามารถในการต่อสู้ของเธอลดลง ในขณะที่โรสิต้า ก็กำลังพยายามหาของที่จะนำมาเป็นอาวุธ หลังจากปืนของเธอหล่นไป ขณะที่เธอหลบกระสุนปืน จนสุดท้ายเธอเจอเข้ากับของเด็ด และวิ่งไปดักหน้าเซเวียร์อีกคนไว้ 

      โรสิต้าใช้ปืน RPG เล็งไปที่เซเวียร์อีกคน และบอกให้เขาทิ้งอาวุธ หลังจากนั้นไม่กี่คำ โรสิต้าไม่ลังเลที่จะลั่นไกปืน RPG ใส่เซเวียร์คนนั้นเละเป็นผุยผง ไม่เหลือร่องรอยไว้ให้ลูกหลานได้ดูเลยทีเดียว จากเสียงปืน RPG ที่โรสิต้ายิง มันทำให้สาวผิวสีที่กำลังต่อสู้กับมิโชนต้องหลบหนีไป สาวผิวสีคนนั้นขึ้นรถลำโพงที่พวกเธอดัดแปลง และขับหนีไป พร้อมๆกับเปิดเพลงไปด้วย แต่..

      ชะตาของสาวผิวสีคนนั้นต้องมาสิ้นสุด เพราะจู่ๆมีรถขยะ ขับมาพุ่งชนเข้าอย่างจัง คนที่ลงจากรถขยะคันนั้น และใช้ปืนที่พกมายิงจ่อไปที่สาวผิวสีตายคาที่ ก็คือ แดริล ที่ขับรถขยะมาพร้อมๆ กับทาร่า (รถขยะคันนี้ เป็นรถขยะของพวกกองขยะที่มาลืมไว้ที่ อเล็กซานเดรียเมื่อท้ายซีซั่น 7) แดริล กับทาร่าเองก็ออกมาจากอเล็กซานเดรียเหมือนกัน เพราะแดริล และทาร่า มีความแค้นต่อพวกเซเวียร์อย่างมาก และต้องการจะจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด โดยที่ไม่สนใจว่าจะอยู่ในแผนของริคก็ตาม

      รวมทีมแหกกฎ มิโชน โรสิต้า แดริล และทาร่า ทั้ง 4 คนดูเหมือนจะมีความคิดไปในทางเดียวกัน พวกเขา และเธอ มุ่งตรงไปยังรังใหญ่นีแกน เพื่อดูผลงานที่เคยทำไว้ แน่นอนว่าพวกวอล์คเกอร์ยังคงล้อมรอบฐานใหญ่ของนีแกนอยู่ และพวกเซเวียร์ยังออกไปไหนไม่ได้ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือสิ่งที่ทีมแหกกฎทั้ง 4 คนนี้ จะทำมากกว่า ต้องติดตามกันว่า โรสิต้า มิโชน แดริล และทาร่าจะมีแผนทำลายเซเวียร์ยังไง (จบ.) 

 

 

Comments

comments

Leave A Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *