[SPOILER] RECAP : THE WALKING DEAD 7 EP.13 มอร์แกนในโหมด “บ้าคลั่ง”

        ใกล้โค้งสุดท้าย เข้ามาเรื่อยๆสำหรับซีรี่ส์ The Walking Dead Season 7 ที่ตอนนี้เดินทางมาจนถึง Episode 13 แล้ว ภายใต้ชื่อตอนว่า “Bury Me Here” เรื่องราวของ อาณาจักร (The Kingdom) ราชาอาซีเคียล มอร์แกน แครอล และชาวอาณาจักร ที่ดูเหมือนว่าจะถึงเวลาแล้วสำหรับเรื่องราวของความจริงทุกสิ่งทุกอย่าง ความจริงที่ไม่มีวันจะหนีมันพ้น

Lennie James as Morgan Jones, Karl Makinen as Richard – The Walking Dead _ Season 7, Episode 14 – Photo Credit: Gene Page/AMC

       “แครอล” ตื่นขึ้นมากลางดึก และดูเหมือนว่าเธอกำลังฝันร้าย หลังจากการปรากฎตัวของ “แดริล” เมื่อวันก่อน เธอเริ่มเป็นกังวล และเริ่มคิดว่า จะต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับอเล็กซานเดรียแน่ๆ ถึงแม้ว่าแดริลจะบอกว่าทุกคนที่อเล็กซานเดรียปลอดภัย และสามารถทำข้อตกลงกับพวกเซเวียได้ แต่ถ้าทุกอย่างไปได้ดีจริงๆ อะไรที่ทำให้พวกริค และแดริล ต้องเดินทางมาถึง อาณาจักร แครอลเธอจึงตัดสินใจจะเดินทางไปยัง อาณาจักร เพื่อถามความจริงทุกอย่างจาก “มอร์แกน” ว่าจริงๆแล้วเกิดอะไรขึ้นที่อเล็กซานเดรีย

       เช้าตรู่ที่ อาณาจักร มอร์แกนกำลังฝึกศิลปะป้องกันตัวในกับ “เฮนรี่” น้องชายของ “เบนจามิน” ซึ่งเฮนรี่เอง พยายามที่จะเข้มแข็งให้เหมือนพี่ชายของเขา และพยายามที่จะทำทุกอย่างให้ได้เหมือนกับพี่ชายของเขา เบนจามินที่แอบดูการฝึกอยู่ ก็พลอยภูมิใจไปด้วยกับตัวน้องชายของเขา

       “เบนจามิน” กับ “เฮนรี่” เป็นพี่น้องกัน ครั้งหนึ่งเขาเคยมีครอบครัว มีพ่อแม่ แต่เมื่อเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้น พ่อของเบนจามิน ได้เสียชีวิต แต่ก่อนเขาจะเสียชีวิต เขาได้ฝากฝังลูกทั้งสองคนไว้กับ ราชาเอซีเคียล ถึงไม่ต้องแปลกใจถ้าหากว่า ราชาจะรัก และเอ็นดูสองหนุ่มนี้เหมือนลูกแท้ๆ รวมถึงมอร์แกน ที่เปรียบเสมือนอาจารย์ สอนการต่อสู้ให้พวกเขา ก็พลอยเกิดความผูกพันธ์ไปกับสองหนุ่มเบนจามิน และเฮนรี่ไปด้วย

       ในเช้าวันเดียวกัน แครอล ออกจากบ้านที่เขาอาศัยอยู่มุ่งหน้าไปยังอาณาจักร หลังจากที่เธอเดินทางไปถึงอาณาจักร สิ่งเดียวที่เธอถามจาก เบนจามินที่รับหน้าที่เฝ้าประตูเมือง คือ ถามหามอร์แกนทันที

       แครอล หามอร์แกนจนเจอ และยิงคำถามใส่มอร์แกนทันที เธออยากรู้ว่าครอบครัวของเธอที่อเล็กซานเดรีย ปลอดภัยดีไหม? เพราะเธอสงสัยถึงการมาเยือนที่อาณาจักรของแดริล และจีซัสพาพวกริคมาที่นี่ทำไม แต่สิ่งที่มอร์แกน สามารถตอบให้กับแครอลได้ คือคำเชิญชวนให้เธอกลับไปหาคำตอบเอง ที่อเล็กซานเดรีย ถ้าเธออยากรู้คำตอบนั้น เธอต้องกลับไป และเขาเองก็อาสาจะกลับไปด้วยเป็นเพื่อนเธอ แครอลเดินจากไปทันที หลังมอร์แกนเสนอทางเลือกแบบนี้ให้ และคงจะเป็นคำตอบของแครอลแล้วว่า เธอจะไม่กลับไป ก่อนที่เธอจะเดินทางออกจากอาณาจักร กลับบ้านของเธอไปพร้อมกับความผิดหวัง

       ระหว่างทางกลับบ้าน แครอล มาสะดุดใจ ตรงวอล์คเกอร์ที่เธอเล่นงานไปก่อนหน้านี้ เพราะเธอจำได้ว่าเธอยังไม่ได้ฆ่าวอล์คเกอร์ตัวนี้ แต่ตอนนี้ วอล์คเกอร์ตัวนี้ถูกฆ่าไปเสียแล้ว ในขณะที่มุมตึกใกล้ๆ ก็มีคนแอบมองแครอลอยู่

       “ริชาร์ด” ทหารเอกของอาณาจักร คือคนที่แอบตรงมุมตึกนั่นเอง และดูเหมือนว่าเขากำลังมีแผนการ ริชาร์ดเดินไปด้านหลังตึกนั้น และขุดหลุมขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง

       ที่อาณาจักรก็กำลังเตรียมตัวไปส่งของบรรณาการให้พวกเซเวียตามปกติ “แดเนียล” หนึ่งในทหารคนสำคัญก็กำลัง เก็บผลแคนตาลูปอยู่ “นาบีล่า” สาวชาวสวนเธอนำข่าวร้ายมาบอกกับราชาเอซีเคียลที่กำลังยืนสังเกตการณ์ในอาณาจักร เธอเล่าว่าตอนนี้ในแปลงผักกำลังถูกศัตรูพืชทำลาย และปัญหาอาจจะตีวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ วิธีแก้คือต้องทำลาย และเผาทุกอย่างในบริเวณนั้นทิ้งให้หมด ก่อนที่ศัตรูพืชจะลุกลามไปยังแปลงเกษตรอื่นๆ และสร้างความเสียหายต่อเนื่อง

       “ถึงแม้ว่าเราจะตัดมันทิ้ง ทำลายมัน แต่ถ้าเราต้องการ เราสามารถปลูกมันขึ้นมาใหม่ได้เสมอ” คือสิ่งที่นาบีล่า บอกกับราชา หลังจากที่ต้องทำลายพืชผักในมุมที่ราชาชื่นชอบที่สุด ราชาก็ไม่ได้ติดใจอะไร และบอกกับเธอว่า เธอทำสิ่งที่ควรทำแล้ว

       เวลาในการส่ง แคนตาลูปให้พวกเซเวียใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนที่จะออกไปส่งของ เบนจามินได้มอบภาพวาดให้กับ มอร์แกน เพื่อเป็นการขอบคุณ ที่คอยสอนเขามาตลอด เป็นช่วงเวลาสั้นๆที่เราได้เห็นมุมน่ารักของ ครูและลูกศิษย์

       แคนตาลูป 12 ลูก ถูกลำเลียงใส่รถ และมุ่งหน้าออกไปจากอาณาจักรเพื่อส่งมอบให้พวกเซเวีย ระหว่างทางไป ขบวนส่งของ ของชาวอาณาจักรเหมือนจะเจอเข้ากับปัญหา เพราะมีรถเข็นจำนวนมากมาขวางทางไว้ จนทำให้ชาวอาณาจักรต้องลงมาสำรวจ เพราะกลัวว่ามันจะเป็นกับดัก ริชาร์ดสั่งการอย่างคล่องแคล่ว และอาสาจะระวังด้านหลังให้ ชาวอาณาจักรสำรวจไปเรื่อยๆตามรถเข็นที่ปิดทางไว้ โดยรถเข็นเหล่านั้นเรียงตัวกัน เป็นรูปลูกศร ชาวอาณาจักรจึงเดินตามลูกศรนั้นไป จนไปเจอเข้ากับบางอย่างด้านหลังตึก

       หลุมศพที่ว่างเปล่าถูกขุดขึ้นมา พร้อมกับมีข้อความเขียนไว้ว่า “ฝังฉันที่นี่” ปักไว้บนหลุม สิ่งเดียวที่ชาวอาณาจักรคิดได้หลังจากเห็นสิ่งเหล่านี้คือ โลกนี้มันทำให้คนเป็นบ้าได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ ? เเละเมื่อชาวอาณาจักรเห็นแล้วว่าทุกอย่างปลอดภัย ถึงนำรถเข็นที่ปิดเส้นทางออก และเดินทางต่อไป

       การเหตุการณ์ที่มีคนปิดถนนทำให้ชาวอาณาจักรเดินทางมาถึงจุดนัดพบช้ากว่ากำหนด พวกเซเวียจึงมารอที่จุดนัดพบก่อนแล้ว และดูเหมือนว่าพวกเขาจะหงุดหงิดกับการมาสายของชาวอาณาจักร และก็เป็นไปตามนั้นจริงๆ พวกเซเวียหงุดหงิดที่ชาวอาณาจักรมาช้า และยิ่งเขาได้เห็นของบรรณาการที่นำมาส่งวันนี้ ทำให้พวกเซเวียเล่นตุกติก และยึดปืนที่ชาวอาณาจักรนำมาด้วย ซึ่งในตอนแรกชาวอาณาจักรไม่ยอม เพราะไม่ใช่เรื่องที่ตกลงกันไว้ แต่สุดท้ายก็ต้องส่งปืนทั้งหมดให้พวกเซเวียไปอย่างไม่เต็มใจ

       “แกวิน” ผู้นำทีมเก็บของบรรณาการในครั้งนี้ บอกกับชาวอาณาจักรว่า ที่ต้องยึดปืนไว้ เพราะต่อจากนี้กำลังจะเกิดปัญหา แคนตาลูปที่ชาวอาณาจักรนำมา มีไม่ครบตามจำนวนที่บอก ที่ตกลงกันไว้คือ 12 ลูก แต่ที่อยู่ท้ายรถส่งของมีเพียง 11 ลูกเท่านั้น ด้านราชาเองไม่เชื่อสิ่งที่แกวินบอก เพราะเขานับมากับมือว่ามี 12 ลูกจริงๆ แต่เมื่อแกวิน สั่งให้ราชามาดูด้วยตาของตนเอง ปรากฎว่าแคนตาลูปที่นำมามีแค่ 11 ลูกจริงๆ ราชาตกใจอย่างมากเมื่อเห็นมัน

       ราชาเอซีเคียลให้ข้อเสนอ จะแก้ไขเรื่องพวกนี้ ด้วยการให้แคนตาลูปเพิ่มเป็น 2 เท่า แต่แกวินไม่ยอมรับข้อเสนอนี้ และต้องการจะสั่งสอนชาวอาณาจักร ที่ผิดข้อตกลงก่อน ทั้งๆที่เขาเองย้ำกับชาวอาณาจักรมาตลอดว่า เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น แกวินเลยสั่งให้ลูกน้อยสั่งสอนชาวอาณาจักร

       “จาเร็ด” หนุ่มเกรียนผมยาวเก่าเจ้า ไม่ลังเลเขาควักปืนออกมาทันที และจ่อไปที่หัวของคู่ปรับเก่าอย่าง ริชาร์ดเพราะเขาเข้าใจว่าสิ่งที่แกวินสั่งคือฆ่าชาวอาณาจักร แต่ท่าทีของริชาร์ดไม่ได้มีความกลัวแม้แต่น้อย เขาหันหน้าเข้าหากระบอกปืน และท้าทายให้จาเร็ดฆ่าเขา แต่วินาทีสุดท้ายก่อนที่จาเร็ดจะยิง เขาหันปากปืนเบี่ยงไปยิงทางอื่น

       กระสุนปืนนัดนั้น วิ่งตรงมาโดนจุดสำคัญที่ขาของ เบนจามินแทน เลือดของเขาไหลออกไม่หยุด ราชาจึงขอร้องกับแกวินว่าจะนำเบนจามินกลับไปปฐมพยาบาลที่อาณาจักร ด้านแกวินเองที่หันมา และพบกับสิ่งที่ลูกน้องของตัวเองทำ มันทำให้เขาอารมณ์เสียมากๆ เขาจึงสั่งให้ราชานำแคนตาลูปอีก 1 ลูก ที่ขาดหายไปมาส่งให้ในวันพรุ่งนี้ อย่างไม่มีข้อแม้

       ชาวอาณาจักรนำเบนจามิน ไปยังบ้านแครอล หวังว่าจะปฐมพยาบาลไว้ได้ทัน อย่างน้อยก็ขอห้ามเลือดไม่ให้ไหลให้ได้ก่อน ในขณะที่ริชาร์ดก็ช็อคกับเหตุการณ์นี้อย่างมาก พอถึงบ้านแครอล เธอรีบปฐมพยาบาลอย่างหนัก กับเลือดที่ไหลออกอย่างต่อเนื่อง และไม่มีวี่แววว่าจะหยุดไหลเลย

       “การทำร้ายศัตรู ก็เหมือนกับทำร้ายตัวเอง” คือคำพูดสุดท้ายของเบนจามิน ก่อนที่เขาจะสิ้นลม คำพูดที่เขาได้เรียนรู้มาจากหนังสือที่ยืมมาจากมอร์แกน และหลังจากการจากไปของเบนจามิน มอร์แกน ริชาร์ด แครอล และชาวอาณาจักรคนอื่นๆ เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก แต่คนที่ดูเหมือนจะอาการหนักที่สุดคือมอร์แกน เขารีบออกมาจากบ้านของแครอลทันที

       มอร์แกนเดินไปบนถนน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ท่าทีของของ เขาดูเหมือนกับจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว และเหมือนกับว่าเขาจะเริ่มเห็นภาพหลอน ในสมัยที่เขาบ้าคลั่งหลังจากที่เขาเสียลูกชายไป มอร์แกนเดินไปบนถนน และระเบิดอารมณ์ออกมา จนสุดท้ายการระเบิดอารมณ์ของเขาทำให้เขาได้พบกับความจริง หลังจากที่เขาได้เตะกล่องพลาสติก และพบกับแคนตาลูปที่ซ่อนอยู่ด้านใน เลยทำให้เขารูปความจริงแล้วว่า การหายไปของแคนตาลูป มีคนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งมีคนเดียวที่สามารถทำเรื่องนี้ได้คือ ริชาร์ด ที่อาสาระวังหลังให้ ตอนที่โดนปิดเส้นทางส่งของให้พวกเซเวีย

       มอร์แกน เอากล่องพลาสติก และแคนตาลูปลูกนั้น มาโยนตรงหน้าของริชาร์ด ดูจากท่าทีของมอร์แกน เขาโกรธมากๆ และแทบไม่ต้องพูดอะไรเลย ริชาร์ดเริ่มสารภาพทุกอย่างออกมาเองทันที

       “ความจริงมันควรจะเป็นผม” คือสิ่งที่ริชาร์ดเริ่มสารภาพออกมา เขาอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ในวันนี้ เพราะเขาเชื่อว่า คนที่จะตายในวันนี้คือเขาเอง เขาไม่คิดว่าจะเป็นเบนจามินที่รับเคราะห์ไป

       ริชาร์ดเล่าอดีตของเขาที่ทำให้เขาเป็นได้ถึงทุกวันนี้ เพราะเขาเสียคนที่รักไป เสียครอบครัว และตอนนั้นเขาไม่คิดจะทำอะไรเลย เขาเลยสูญเสียทุกอย่าง ซึ่งมันจะไม่เกิดขึ้นอีก ริชาร์ดขอร้องกับมอร์แกน ให้ตามน้ำไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และทำให้พวกเซเวียตายใจ ว่าชาวอาณาจักรไม่คิดต่อต้าน แกล้งทำเป็นว่ายอมภักดี จากนั้นก็ค่อยเล่นงานตลบหลัง ลุกขึ้นสู้ และร่วมกับอเล็กซานเดรีย ฮิลท็อป จัดการพวกเซเวียให้สิ้นซาก ริชาร์ดให้สัญญาว่าเขาจะสารภาพทุกอย่างกับราชา ว่าเขาอยู่เบื้องหลังการตายของเบนจามิน “ผมจะใช้ชีวิตที่เหลือ ชดเชยให้กับสิ่งที่ผมทำ” คือคำสัญญาที่ริชาร์ดบอกกับมอร์แกน

       เช้าวันต่อมา ราชาเอซีเคียล ริชาร์ด มอร์แกน และชาวอาณาจักร ไปยังที่นัดพบเพื่อส่งแคนตาลูปลูกสุดท้ายที่ขาดไปจากเมื่อวาน มอร์แกนทวงคำสัญญาจากริชาร์ดว่าเขาได้สารภาพกับราชารึยัง แน่นอนว่าริชาร์ดเขายังไม่ได้บอกอะไรกับราชา เพราะเขาเห็นว่ายังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม จนราชาสั่งให้ริชาร์ดพูด แต่ไม่ทันไร พวกเซเวียก็มาถึงยังที่นัดพบ ริชาร์ดจึงยังไม่ได้บอกอะไรให้กับราชา

       พวกเซเวีย ถามถึงเด็กที่โดนยิงเมื่อวาน แต่การนิ่งเฉยของชาวอาณาจักร เป็นคำตอบได้อย่างดีแล้วว่า เด็กคนนั้นไม่รอดจากเหตุการณ์นี้ แกวิน โมโหอย่างมากที่คนของเขาก่อเรื่อง เขาจึงพูดตะคอกใส่จาเร็ดคนลั่นไกปืน จนทำให้เบนจามินเสียชีวิต และไล่จาเร็ดไปให้พ้นหน้า

       ริชาร์ดได้ส่งมอบ แคนตาลูปลูกสุดท้ายให้กับพวกเซเวีย และพยายามเจรจาว่า ชาวอาณาจักรเข้าใจทุกอย่างแล้วตามแผนที่ ริชาร์ดบอกมอร์แกน แต่จู่ๆมอร์แกนก็เดินเข้าไป นำไม้เท้าของเขาฟาดไปที่ริชาร์ดจนเขาล้มลง ก่อนที่บีบคอของริชาร์ดหวังเอาชีวิต ในขณะที่ชาวอาณาจักร และพวกเซเวียมองดูด้วยความตกใจ

       มอร์แกนใช้เวลาไม่นานนักในการบีบคอของริชาร์ดจนเขาขาดใจตาย ก่อนที่เขาจะสารภาพทุกอย่างให้กับทุกคนรู้ว่า เหตุการณ์เหมือนวานเป็นฝีมือของริชาร์ด ริชาร์ดได้ลากรถเข็นมาปิดถนน เพื่อให้เราเดินทางมาส่งของช้า และเขาก็นำแคนตาลูปไปซ่อน จนทำให้พวกเซเวียเข้าใจชาวอาณาจักรผิด ด้วยจุดประสงค์ที่ว่าเขาต้องการให้สองเมืองขัดแย้งกัน มอร์แกนพูดไกล่เกลี่ยจนพวกเซเวียพอใจและยอมกลับไปแต่โดยดี

       ราชาเอซีเคียลรู้สึกผิดหวังที่ริชาร์ดอยู่เบื้องหลังทั้งหมด มอร์แกนบอกต่อไปอีกว่า ริชาร์ดคิดว่าคนที่ตายจะเป็นเขา เขาคิดว่าเขาควบคุมมันได้ แต่ไม่เลย มันผิดพลาดจน “ดเวน” ต้องมาตาย ราชาแปลกใจว่าใครคือ ดเวน ก่อนที่มอร์แกนจะเปลี่ยนชื่อเป็นเบนจามิน มอร์แกนเขาพูดชื่อของเบนจามิน เป็น ดเวน ลูกชายของเขา เพราะการตายของเบนจามินทำให้เขานึกถึงลูกชายของเขาที่เสียไป และกลายเป็นปมลึกๆในใจของเขาตลอดมา

       มอร์แกนอาสาจะจัดการกับศพของ ริชาร์ด และสั่งให้ชาวอาณาจักรกลับไปยังเมืองของเขา หลังจากนั้นมอร์แกนลากศพของริชาร์ด กลับไปยังหลังตึกที่เขาเจอป้าย “ฝังฉันที่นี่” และนำร่างของริชาร์ดฝังลงไปในหลุมนั้น พร้อมๆกับกระเป๋าที่มีชื่อเขียนไว้ว่า “เคที่” ซึ่งเป็นกระเป๋าของลูกสาวของริชาร์ดที่ตายไป

       ถึงเวลาแห่งความจริง มอร์แกนเดินทางไปหาแครอลที่บ้านของเธอ แต่บอกเธอในสิ่งที่เธออยากรู้ มอร์แกนได้สารภาพทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับอเล็กซานเดรีย นีแกนได้ฆ่า เกล็น กับอับราฮัมอย่างโหดเหี้ยมด้วยการเอาไม้เบสบอลพันลวดหนามทุบหัวจนพวกเขาตาย นอกจากนี้ยังฆ่าสเปนเซอร์ และโอลิเวีย และตอนนี้พวกเซเวียเป็นเจ้าชีวิตของชาวอเล็กซานเดรีย พวกเขาต้องทำทุกอย่างเพื่อพวกเซเวีย และที่จีซัสพาพวกริคมาที่นี่ ก็เพราะว่าริคต้องการจะสู้กับพวกเซเวีย อยากจะโค่นล้มนีแกนให้ได้

       มอร์แกนได้ลั่นวาจาว่า เขาจะฆ่าพวกเซเวียทีละคน แต่แครอลได้ขอร้องให้มอร์แกนอยู่ที่บ้านของเธอเพื่อรอ และตัวเธอเองมุ่งหน้าเข้าไปยังอาณาจักรเพื่อเจรจากับราชาเอซีเคียล

       เมื่อเธอไปถึงอาณาจักร เธอได้มุ่งตรงไปหาราชาทันที และสิ่งที่เธอบอกกับราชาคือ ต่อจากนี้ไปเธอจะมาอยู่ที่นี่ เพื่อเตรียมตัวสู้กับเซเวีย ซึ่งคราวนี้คำตอบของราชาคือ ตกลง ชาวอาณาจักรจะร่วมมือกับพวกริคในการทำศึกครั้งนี้

       ในตอนจบ แครอล ราชาเอซีเคียล และเฮนรี่ (น้องชายของเบนจามิน) นั่งปลูกผักด้วยกัน ในสวนที่เป็น มุมโปรดของราชาหลังจากโดนรื้อถอน เพราะศัตรูพืชระบาด ด้านมอร์แกนที่ยังอยู่ที่บ้านของแครอล ก็กำลังแปลงโฉมไม้เท้าของเขา โดยการเหลาไม้เท้าจนแหลม พร้อมต่อสู้กับพวกเซเวีย

“ตอนนี้ฮิลท็อป อเล็กซานเดรีย และอาณาจักรพร้อมสำหรับศึกโค่นล้มนีแกนแล้ว”


 

Comments

comments

Leave A Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *