50 เรื่องราวที่คุณอาจมองข้ามใน The Walking Dead Season 7A (ครึ่งแรก)

1.คอลเลคชั่นหัวแบะ

      คุณยังจำตอนที่ริคเข้าบุกถล่มรังย่อยของนีแกนได้ไหมครับมันจะอยู่ใน ตอนที่ 12 ของซีซั่น 6 ที่เกล็นเข้าไปเห็นคอลเลคชั่นภาพหัวเบะ ในตอนที่ 1 ของซีซั่น 7 เพียงเสี้ยววิ จะมีแก๊งเซเวียมาถ่ายรูปเกล็น และจ่าอับบราฮัมที่หัวแบะไปเป็นหนึ่งใน คอลเลคชั่นนี้เหมือนกัน

 

2. ลูกเสือมอร์แกน

     มอร์แกนทำเครื่องหมาย ไว้ตามทางเพื่อเป็นสัญลักษณ์ เวลาจะเดินทางกลับ มอร์แกนเป็นคนที่รอบคอบเรื่องนี้มาก ดังนั้นซีซั่นเก่าๆเราจะได้เห็นสัญลักษณ์พวกนี้จากมอร์แกนบ่อยๆ การบ่งบอกแตกต่างกันไปเช่น บ่งบอกเรื่องการสำรวจว่าพื้นที่นี้เคลียร์ สำรวจแล้ว หรือบ่งบอกทาง

 

3.เท้ากระต่ายนำโชค (The Rabbit’s Foot) และหนังสือ The Art of Peace

     จี้เท้ากระต่ายตามความเชื่อของคนตะวันตก เขาจะพกไว้เป็นเครื่องรางแห่งความโชคดี ป้องกันภัยอันตราย ซึ่งจี้เท้ากระต่ายนี้ มอร์แกนเอามาจาก อีสต์แมน หรือคนทำชีสที่มอร์แกนชอบเรียกเสมอๆ รวมถึงหนังสือ  The Art of Peace ก็เช่นกันได้มาจากอีสต์แมนทั้งสิ้น และข้อความที่เบนจามินถามว่าใครเขียน ก็เป็นลายมือของอีสต์แมน ที่ใช้สอน Aikido อีกด้วย เรื่องราวนี้อยู่ใน ซีซั่นที่ 6 ตอนที่ 4 ชื่อตอน Here’s Not Here

4.คารมเอซีเคียล

     คำคมตามกำแพงใน อาณาจักร (The Kingdom) เป็นคำคมที่กษัตริย์เอซีเคียล เขียนไว้เพื่อเป็นแนวทางในประชาชนคิดบวก เช่น Hope is the North Star, Let it guide you. หรือ Drink from the well, replenish the well

5. ลาก่อน

     ในตอนที่ 2 “The Well” เกล็น และ อับบราฮัมถูกถอดชื่อออกไปจากตัวละครหลักเป็นที่แน่นอนแล้ว และเพิ่ม 3 ตัวละครขึ้นมาเป็นตัวละครหลักครั้งแรก คือ ทาร่า โรสิต้า และยูจีน ซึ่งทั้งสามคนจะมีบทบาทมากขึ้นในซีซั่นนี้

  6. The Cell คือ Episode 2

       ใช่ครับผมไม่ได้พิมพ์ผิดแต่อย่างใด แรกเริ่มเดิมทีแล้วตอนนี้ถูกวางให้เป็น Episode 2 เล่าเรื่องต่อจากการสังหารโหดโดยลูซิลล์ของนีแกน แต่เมื่อชื่อตอนถูกปล่อยออกมา กลับกลายเป็นว่าตอนนี้ถูกย้ายไปอยู่ใน Episode 3 และนำ ตอน The Well ที่ทำความรู้จัก The Kingdom และป้าแครอลเลื่อนมาเป็น Episode 2 แทน และในวิดีโอโปรโมท Episode 2 ยังตัดตัวอย่างของหลายๆตอนมารวมกัน แตกต่างจากการปล่อยตัวอย่างใน Episode อื่นๆที่มักจะมีแต่เรื่องราวในตอนนั้นๆ

  7. งานอดิเรกของ”ดไวท์” คือการแกะสลักไม้

      ในตอนที่ 3 ช่วงต้นของซีรี่ส์ เราจะได้เห็น ชีวิตอันสุขสบายของ ดไวท์หลังจากการกลับเข้ามาร่วมแก๊งค์เซเวียอีกครั้ง งานอดิเรกที่ดไวท์ชอบทำ ก็คือการแกะสลักทหารไม้ ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็ได้เห็นเขาแกะสลักแบบนี้หลายครั้งหลายหนแล้ว

                    ย้อนกลับไปใน Episode 6 ของ Season 6 ในตอน “Always Accountable” ขณะที่แดริลกำลังตื่นจากการสลบ ก็มองเห็นดไวท์กำลังแกะสลักทหารไม้อยู่

                     หลังจากที่ แดริลได้รถมอเตอร์ไซค์ของเขาคืนใน Episode 14 ของ Season 6 ในกระเป๋าใต้รถของแดริลที่ถูกขโมยไป ก็พบทหารไม้แกะสลักที่ลงสีเรียบร้อยแล้วของดไวท์ อยู่ในกระเป๋าใบนั้นเหมือนกัน

 8. หมายเลข 39

      ในตอนที่ 2 หลายๆคนอาจจะงงว่า ตัวเลข 39 ที่ดไวท์เขียนลงไปบนกระดาษคืออะไร ตัวเลข 39 นี้ ดไวท์เขียนหลังจากเห็น ชายคนหนึ่งก่อเหตุทะเลาะวิวาท และดไวท์สงสัยเรื่องการขโมยของชายคนนี้ ดไวท์เลยไปค้นในบล็อกที่ 39 ที่เป็นที่พักของชายคนนี้ ที่พักอยู่กับลูกชาย และภรรยาของเขาที่กำลังตั้งท้อง ดไวท์ค้นเจอของที่ขโมยมา และก็แอบเก็บไปเป็นของตัวเอง

มีชายคนหนึ่งกำลังก่อเหตุทะเลาะวิวาท

 ดไวท์รู้ว่าชายคนนี้ พักอยู่บล๊อกไหนเลยจดไว้ เลข 39

 ดไวท์ไปค้นในบล๊อกที่พัก 39 และเจอของที่ขโมยมา

9. ฉากไล่ล่าถูกตัดออกไป 

      ในซีรี่ส์เราจะเห็นฉากที่ดไวท์หลบวอร์คเกอร์บนสะพาน และทำให้รถล้ม แต่การล้มแค่นั้นคงไม่น่าจะทำให้รถพังพินาศขนาดนั้น

         เป็นเพราะว่าจริงๆแล้ว ฉากไล่ล่าถูกตัดออกไป ดไวท์กับพวกจะตามล่าไล กอร์ดอน (คนที่พยายามหนีออกจากกลุ่ม) แต่ในซีรี่ส์ตัดมาให้เห็นช่วงที่รถพังหมดแล้ว และดไวท์ก็เจอตัวกอร์ดอนแล้ว

        สาเหตุในการตัดออกไปอาจจะเป็นไปได้หลายสาเหตุ เช่นเรื่องเวลาในการออนแอร์ที่มีจำกัด และเนื้อหาตรงส่วนนี้อาจจะไม่ใช่เนื้อหาที่สำคัญ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นฉาก deleted scenes อาจจะถูกนำไปใส่ใน Blu-ray และ DVD Box Sets  ของ Season 7 ในกลางปีหน้า (เป็นการคาดการณ์เพราะส่วนมากมักจะทำแบบนั้น)

10. A 

       ตัวอักษร A มีความสำคัญกับซีรี่ส์ The Walking Dead มากๆ ตัวอักษรนี้ถูกใช้หลายครั้ง ตั้งแต่ Season 4 เป็นต้นมา ที่พวกริคถูกจับเข้าไปอยู่ในโบกี้รถไฟ ตามทางที่พวกกินคนยิงเพื่อต้อนพวกริค ก็จะเห็นตัวอักษร A อยู่ แถมตู้โบกี้รถไฟที่ขังพวกริค ก็เป็นตู้ที่มีตัวอักษร A และชื่อของตอนนี้ ก็มีชื่อว่า “A” อีกด้วย

                   ข้ามมา Season 5 ตัวอักษร A ก็ถูกนำมาใช้อีกครั้งในตอนที่ หนูแซมนำตราประทับอักษร A มาประทับบนหลังมือของ ริค ใน Episode 13 ตอน “Forget”

                   Season 6 ก็มีให้เห็นใน Episode 2 ตอน JSS หลังจากที่ป้าแครอล จัดการพวกแก๊งค์หมาป่าจนหมด ก็มีอักษร A ประทับตราตรงหัวบันได ซึ่งเป็นฝีมือของแซมลูกเจสซี่ มีความหมายนัยๆ ประมาณว่าแครอลทำได้ดีมาก เหมือนมอบเกรด A ให้แครอล

                   จนกระทั้ง Season 7 ตอนล่าสุดตอน The Cell ก็นำอักษร A กลับมาใช้อีกครั้ง โดยเสื้อนักโทษแดริลใส่ ก็มีอักษร A กำกับไว้เช่นกัน

11. You don’t scare easy (แกดูไม่ค่อยกลัวอะไรเลยนะ)

       ประโยคนี้เป็นประโยคที่เมิร์ล พี่ชายแดริลเคยใช้พูดกับเกล็น เมื่อตอนที่เขา จับเกล็นกับแม็กกี้มา เมิร์ลขู่เกล็นโดยนำมีดจ่อตรงหน้าของเกล็น แต่เกล็นก็ไม่แสดงความกลัวใดๆออกมาให้เห็น จนเมิร์ลต้องพูดตอบกับอาการของเกล็นว่า “แกดูไม่ค่อยกลัวอะไรเลยนะ ..ฉันชอบจริงๆ”ประโยคนี้จะปรากฎใน Episode 7 ของ Season 3 ชื่อตอน “When the Dead Come Knocking”

                  เช่นเดียวกันในตอน “The Cell ” นีแกนทำท่าเหวี่ยงลูซิลล์จะทุบแดริล ก็แดริลก็ไม่แสดงความกลัวให้เห็นเลย จนนีแกนก็ต้องพูดประโยคทำนองเดียวกันนี้ “แกดูไม่ค่อยกลัวอะไรเลยนะ ..ฉันชอบจริงๆ”

                  เป็น Easter Egg เล็กๆน้อยๆของลำดับตอนด้วย นั้นคือ ประโยคนี้ถูกพูดครั้งแรกใน Episode 7 ของ Season 3 และถูกนำมาให้อีกครั้งใน Episode 3 ของ Season 7

12. ที่ซ่อนรถมอเตอร์ไซค์ของแดริล

                        ใน The Walking Dead Season 6 Episode 15 แดริลได้ออกมาจาก อเล็กซานเดรียเพียงเพราะว่าต้องการตามหา ดไวท์ และได้นำมอร์เตอร์ไซค์คันโปรดของเขามาซ่อน บริเวณรางรถไฟใกล้ๆกับสถานที่ ที่หมอเดนิสโดนยิงเสียชีวิต ซึ่งที่ซ่อนนี้นอกจากแดริลแล้ว มีเพียงแค่ มิโชน โรสิต้า และเกล็น ที่รู้ที่ซ่อนนี้

13. วอล์คเกอร์ที่พกปืน

                         ในตอนที่ 4 เราจะได้เห็นโรสิต้า ด้อมๆมองๆเข้าไปในป่า ตลอดเวลาที่ออกมาตามรถมอเตอร์ไซค์ของแดริล เป็นเพราะว่าโรสิต้าสังเกตเห็น วอล์คเกอร์ตัวหนึ่งที่พกปืนอยู่เลยตามไป

 

                           วอล์คเกอร์ตัวนี้ เคยปรากฎตัวมาแล้วใน The Walking Dead Season 6 Episode 14  “Twice as Far” เขามีชื่อว่า “นีล” สมาชิกกลุ่มเซเวียที่มาโจมตีพวกแดริล หลังจากที่ดไวท์ฆ่าหมอเดนิส  พวกแดริล โรสิต้า อับบราฮัมได้ต่อสู้กับพวกเซเวีย “นีล” ได้ถูกยิงตาย และกลายมาเป็นวอล์คเกอร์ตัวที่ โรสิต้าฆ่าเพื่อเอาปืน ในตอนที่ 4 นั่นเอง

    14. ลูกโป่งสีเขียว

                          ในตอนที่ 4 ช่วงที่พวกเซเวียเข้ามายึดของทุกอย่างไป เขายึดแม้กระทั้งลูกโป่งสีเขียว ที่มีความหมายกับอีนิด อีนิดได้ร้องขอที่จะเอาลูกโป่งคืน เพราะมันสำคัญต่อเธอ และสุดท้ายเซเวียก็ยอมคืนลูปโป่งเขียวให้

                           ลูกโป่งเขียวถูกพูดถึงมาครั้งหนึ่งแล้วใน The Walking Dead Season 6 Episode 7 “Heads Up” ตอนที่เฉลยว่าเกล็นมุดใต้ถังขยะและยังไม่ตาย ลูกโป่งเขียวนี้ถูกปล่อยขึ้นไปบนฟ้า และยังทำให้แม็กกี้ได้รู้ว่า นั้นคือเกล็น เพราะลูกโป่งพวกนั้นเป็นของอเล็กซานเดรียในภารกิจลากวอร์คเกอร์ให้พ้นจากเมืองใน The Walking Dead Season 6 Episode 1 “First Time Again”

                             เป็นเหมือนของดูต่างหน้า ชิ้นสุดท้ายสำหรับอีนิดและความสัมพันธ์ที่เธอมีต่อเกล็น เพราะเกล็นเป็นคนเปลี่ยนความคิดของอีนิด และทำให้เธอเข้าสังคมได้มากขึ้น

 15. เมื่อชื่อซ้ำกัน

                           หลายๆคนอาจจะคุ้นหน้าตาของ สมุนสาวตัวท๊อปของนีแกนอีกคนหนึ่งที่ชื่อ “Arat” ซึ่งเธอเองจะเป็นตัวละครตัวเดียวกับในคอมมิคที่ชื่อ Tara แต่เพื่อป้องกันความสับสน เลยใช้การสลับอักษร หรือที่เรียกว่า Anagram มาเปลี่ยนชื่อจาก T-A-R-A เป็น A-R-A-T เพื่อบอกให้รู้ว่ามันคือคนๆเดียวกัน และป้องก้นความสับสนไปในตัว

                     ที่จริงแล้วอาราท ต้องปรากฎตัวตั้งแต่ Episode 2 ในฉากไล่ล่า กอร์ดอนคนทรยศที่หนีออกจากเซเวีย แต่ฉากนั้นถูกตัดออกไป

 

                             นอกจากนี้การเปลี่ยนชื่อตัวละคร หรือนามสกุลตัวละครก็เคยทำมาหลายครั้งแล้ว เช่น จีซัส หรือ Paul Rovia ที่ในคอมมิคเขาชื่อ Paul Monroe แต่ผู้กำกับเปลี่ยนนามสกุลเขาในซีรี่ส์ เพราะว่าจะไปเหมือนกับนามสกุลของ ป้าดีอาน่าที่นามสกุล Monroe เหมือนกัน เพื่อลดปัญหาคนตีความว่าเขาคือญาติกัน

 

                          หรือ ดักลาส(Douglas) อดีตผู้นำอเล็กซานเดรียในคอมมิคที่เป็นผู้ชาย แกมีภรรยา ชื่อ เรจิน่า (Regina) แต่ในเวอร์ชั่นซีรี่ส์ สลับกัน ผู้นำชุมชนกับเป็นผู้หญิงชื่อ ดีอาน่าแทน และมีสามีชื่อ เร็ก(Reg) ซึ่งชื่อสามีของป้าดีอาน่า หรือลุงเร็กนั้น ถูกดัดแปลงมาจากชื่อของ เรจิน่าภรรยาของดักลาสในเวอร์ชั่นคอมมิคนั้นเอง โดยการตัด 3 ตัวอักษรท้ายทิ้ง (Regina = Regina = Reg) 

 

 16. ปลอกกระสุนปืนที่ตกอยู่ 

                      ในช่วงท้ายตอนที่ 4 โรสิต้านำปลอกกระสุนปืนไปโชว์ให้ยูจีน และขอร้องให้ยูจีนผลิตกระสุน ซึ่งปลอกกระสุนอันนั้นก็คือปลอกกระสุนอันเดียวกันที่ นีแกนยิงขู่ริคช่วงกลางๆซีรี่ส์ตอนนี้นั้นเอง

 17.ลูกหมู 3 ตัว

                        ประโยคเด็ดของนีแกนก่อนจะเข้าไปยังอเล็กซานเดรีย ที่ว่า “little pig ,little pig, let me in” ก็ยังเป็นประโยคเด็ดที่นำมาจาก นิทานก่อนนอนที่เราเคยได้ฟังกันตั้งแต่เด็กๆ คือเรื่องลูกหมู 3 ตัว ที่เจ้าหมาป่าจะเข้าไปในบ้านของลูกหมูมันจะพูดว่า Little pig, Little pig, let me come in” (ขอบคุณพี่กุลจากเพจนอร์แมนนะครับที่ทำให้รู้ที่มาที่ไปฉากนี้)

                        นอกจากนี้ นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการนำเรื่องราวจากหนังหรือนิทานดังๆมาเป็นบทให้ตัวละครพูดกัน เพราะตัวละครมอร์แกน กับศิลปะกระบองไม้ยาว ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังดังเรื่อง นินจาเต่า เป็นหนึ่งในนินจาที่ใช้ กระบองยาวที่มีชื่อว่า “โดนาเทลโล “

 18. การเผาที่นอนในตอนท้าย

                     ในช่วงท้ายของตอนที่ 4 เราจะเห็นมิโชนสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง พอเดินเข้าไปดูปรากฎว่าเป็นที่นอนที่พวกนีแกนเอามาเผาไว้ ฉากนี้ต้องการจะสื่อถึงการประกาศสงครามของนีแกน เตียงนอนเป็นสัญลักษณ์ของความสุขสบายในยุคที่ทุกคนต้องดิ้นรนแบบนั้น

                      การที่มิโชนเดินเข้าไปดูเตียงนอนที่ถูกเผา มันจะคล้องจองกับคำว่า “Going To The Mattresses” ซึ่งเป็นประโยคที่มาจากหนังดังในอดีตเรื่อง The Godfather หนังมาเฟียชื่อดังที่กวาดรางวัลมามากมาย โดยคำว่า “Going To The Mattresses” เป็นประโยคที่ใช้ในพวกมาเฟีย เป็นประโยคที่กำลังจะสื่อว่า ตอนนี้กำลังอยู่ในสงคราม ให้เตรียมพร้อมสำหรับสงคราม และสงครามได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว (จริงๆแล้วประโยคนี้มีที่มาที่ไปเยอะกว่านี้ แต่ผมไม่เคยดูหนังเรื่องนี้เลย หนังเก่ามาก แต่อาศัยไปหาข้อมูลมา ถ้าผิดพลาดต้องขออภัยด้วยนะครับ)

19. หลุมศพ 3 หลุม

                    บาทหลวงแกเบรียล จะใช้ไหวพริบส่วนตัว ขุดหลุมศพ 3 หลุมขึ้นมา โดยทั้งสามหลุมเป็นของ เกล็น อับบราฮัม และแม็กกี้ โดนที่ทั้ง 3 หลุมไม่มีศพอยู่เลยและแม็กกี้ก็ยังไม่ได้ตาย

 20. ฉันจะหักกรามแก และเลาะฟันแกออกมา

                         ประโยคนี้เป็นประโยคที่ ริคพูดกับสเปนเซอร์ หลังจากที่สเปนเซอร์พลั้งปากพูด เรื่องเกล็น และอับบราฮัม จนเป็นประโยคจี้ใจดำริค ก่อนที่ริคจะพูดประโยค “I’ll break you jaw , Knock your teeth out.” (ฉันจะหักกรามแก และเลาะฟันแกออกมา) จนสเปนเซอร์ง่อยไปเลย

                        เช่นเดียวกันประโยคนี้เคยถูกใช้มาแล้วครั้งหนึ่งใน The Walking Dead Season 2 Episode 10 “18 Miles Out” ที่ริคมาคุยกับ เชนเพื่อปรับความเข้าใจ เรื่องความสัมพันธ์ของเชนกับลอลิ ริคบอกว่าวินาทีแรกที่รู้ว่า เชนและลอลิมีอะไรที่มากกว่าเพื่อน ริคอยากจะ “หักกรามแก และเลาะฟันแกออกมา” เช่นเดียวกันกับที่พูดกับสเปนเซอร์

21. ดอกไม้สื่อความหมาย

        จีซัสได้นำดอกไม้สีน้ำเงิน มาวางไว้บนหัวเตียงในขณะที่แม็กกี้รักษาตัวอยู่ ซึ่งภายหลัง จีซัสได้เผยถึง ความหมายของดอกไม้ช่อนั้นว่า ดอกไม้สีน้ำเงิน หมายถึง การให้กำลังใจ ความแข็งแรง และความสงบ ที่เขาอยากจะอวยพรให้แม็กกี้หายป่วยเร็วๆ

1

ในขณะที่บนหลุมศพของเกล็น จีซัสก็นำดอกไม้สีเขียวมาวางไว้ เพื่อสื่อความหมายถึง การหลุดพ้น และการปลดปล่อย

3

       เมื่อพูดถึงสีเขียวเป็นความเชื่อของคนในยุโรป และอเมริกัน ที่ว่าสีเขียวคือสีของการเกิดใหม่ หลุดพ้นจากสิ่งร้ายๆ  ในเรื่องราวของเกล็นเอง เขามีสีเขียวเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย ตั้งแต่ลูกโป่งสีเขียว ที่ถูกปล่อยขึ้นไปบนฟ้า จนแม็กกี้รับรู้ว่าเกล็นยังมีชีวิต หรือแม้กระทั่งหลังจากการตายของเกล็นแล้ว จีซัสก็ยังนำดอกไม้สีเขียวมาวางไว้ แม้แต่อีนิดก็นำลูกโป่งสีเขียวมาผูกไว้อีกครั้งบนหลุมฝังศพของเกล็น เพื่อเป็นการสื่อว่า เกล็นได้หลุดพ้นจากเรื่องร้ายๆแล้ว

4

       นอกจากนี้ สีเขียว ในภาษาอังกฤษ ที่เขียนว่า “Green” ซึ่งการจะไปพ้องเสียงกับนามสกุลของแม็กกี้คือ “Greene” ซึ่งในตอนนี้เธอก็ได้เปลี่ยนนามสกุล จาก Greene ไปเป็น Rhee เหมือนกับการหลุดพ้นจากแม็กกี้คนเดิม และเธอยังมอบนาฬิกาของเกล็นให้แก่อีนิด เพราะเธอเองไม่อยากจะเจ็บปวดกับอดีตอีกแล้ว

6

 

22. นาฬิกาของเฮอร์เชล

        สิ่งสุดท้ายที่หลงเหลือในกระเป๋าของเกล็น กลายเป็นของดูต่างหน้าของแม็กกี้นั้นคือ “นาฬิกา”ซึ่งนาฬิกาเรือนนี้ เดิมแล้วเป็นของ เฮอร์เชลพ่อของแม็กกี้มาก่อน ก่อนที่เฮอร์เชลจะมอบนาฬิกานี้ให้กับเกล็น และหลังจากที่เกล็นได้เสียชีวิตแม็กกี้ได้นำนาฬิกาเรือนนี้ให้กับอีนิด ไปในตอนที่ 5 ของซีซั่น 7

ozyjpda

this-walking-dead-easter-egg-has-been-going-on-for-five-seasons-but-i-never-noticed

 

23. ของดูต่างหน้าของซาช่า

         อย่างที่เรารู้ว่า ไม่ได้มีแค่เกล็นที่เสียชีวิตโดยลูซิลล์ แฟนของซาช่าหรืออับบราฮัม ก็เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้เหมือนกัน ของดูต่างหน้าที่อับบราฮัมเหลือไว้ให้ซาช่า มีเพียง 2 สิ่ง  สิ่งแรก คือ ซิก้าร์ ที่อับบราฮัมเก็บได้ใน The Walking Dead Season 6 Episode 6 : Always Accountable

1

      สิ่งที่สอง คือ จี้ไฟหน้ารถ ที่โรสิต้าทำให้อับบราฮัมก่อนที่เขาจะเลิกกัน และอับบราฮัมได้ทำตกไว้ที่ฮิลท็อป หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายใน The Walking Dead Season 6 Episode 11 : Knots Untie และจีซัสได้เก็บจี้นี้ไว้ให้ และมอบให้ซาช่าในเวลาต่อมา

2

4

 

24.  การ์ดเฝ้าประตูฮิลท็อป

         คืนหนึ่งในฮิลท๊็อป ได้ถูกเซเวียโจมตี โดยการเปิดประตูเมือง เปิดเพลงดังและก่อไฟเพื่อล่อวอร์คเกอร์เข้ามา คำถามคือ ? แล้วฮิลท็อปไม่มีคนเฝ้าประตูเมืองเลยหรือ ? คำตอบคือมีครับ แต่ถูกเล่นงานโดยการจับมัด และแขวนไว้ที่ประตูฮิลท็อป เราจะได้เห็นการ์ดเฝ้าประตูเพียงไม่กี่วินาที สำหรับคนที่ตาดีจะมองเห็น

the-walking-dead-episode-705-walkers-935

 

25. ฉากที่ถูกตัดออกไป (อีกแล้ว)

         สืบเนื่องจากข้อ 24 จริงๆแล้ว มันจะมีฉากที่พวกเซเวียบุกจับการ์ดของฮิลท็อปและผูกไว้ที่ประตูเมือง จากนั้นเซเวียจะล็อคบ้านผู้คนเพื่อให้อยู่แต่ในบ้าน สังเกตได้จากแม็กกี้ ซาช่าต้องปืนขึ้นหลังคาเพราะประตูล็อค และพวกจีซัสต้องกระโดดลงจากระเบียง เพราะประตูที่ล็อคไว้เหมือนกัน

7-vert

 

26. ค้นหาแหล่งกบกานของนีแกน

           ฉากคำขอร้องให้ จีซัสสะกดรอย และตามหาที่อยู่ของนีแกน เป็นฉากที่ดัดแปลงมาจากคอมมิค โดยที่ในคอมมิค ริคจะเป็นคนขอให้จีซัสสะกดรอยไป หลังจากที่พวกเซเวียมาเก็บเกี่ยวที่อเล็กซานเดรีย

24

แต่ในซีรี่ส์ เป็นซาช่าแทน ที่ขอให้จีซัสตามหาที่อยู่ของนีแกน หลังจากที่พวกเซเวียมาเก็บเกี่ยว ที่ฮิลท็อป

8

 

27. สาเหตุการป่วยของแม็กกี้

           ในตอนนี้ถือว่าชัดเจนแล้วว่า สาเหตุที่แม็กกี้ป่วยไม่ได้มาจาก แตงกวาดองที่อีนิดเอามาให้กิน แต่เป็น ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด ที่หมอคาร์สันประเมินแล้วว่า น่าจะมาจากการกระทบกระเทือนบริเวณท้อง ในช่วงที่แม็กกี้ โดนพวกเซเวียจับตัวไปกับแครอล ใน The Walking Dead Season 6 Episode 13 : The Same Boat เธอได้ต่อสู้ขณะที่โดนจับจนเกิดบาดแผลฟกช้ำ ทั่วตัวและบริเวณท้องจึงนำมาสู่อาการป่วยของเธอในที่สุด

10

11

28. รูปสลัก “ลูซิลล์”

        ถ้าอยากจะแสดงความเป็นเจ้าของ เราอาจจะต้องเขียนชื่อแปะไว้ เหมือนสมัยอนุบาลที่คุณพ่อคุณแม่ มักจะเขียนชื่อเราแปะไว้ตาม สิ่งของต่างๆ ใน The Walking Dead ก็ไม่ต่างกัน นีแกนใช้การสลักตรงด้ามปืน เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ โดยสัญลักษณ์ที่ถูกสลักลงไปคือ “ลูซิลล์” ไม้เบสบอลพันลวดหนามอาวุธคู่กายของ จอมโฉดนีแกนนั้นเอง

efaaad

 

         ในตอนที่ 6 ของซีซั่น 7 ที่ผ่านมาในขณะที่ฮีธ และทาร่าคุยกันอยู่ในรถ ทาร่าก็หยิบปืนที่สลัก “ลูซิลล์” ขึ้นมาดู ปืนที่เธอได้มาจากการบุกถล่มด่านดาวเทียมของนีแกนเมื่อ ซีซั่น 6 นอกจากนี้ ปืนที่คาร์ลพก ตอนซีซั่น 6 ก็มี “ลูซิลล์” สลักไว้เช่นกัน อาวุธทั้งหมดทั้งสิ้นที่สลัก “ลูซิลล์” ล้วนแล้วแต่เป็นของ นีแกน

rrw

29. คำสอนของ “เกล็น”

           ดูเหมือนว่า “เกล็น” จะไม่มีทางลบออกไปจากความทรงจำของคนดูได้ แม้กระทั่งตัวละครก็ไม่มีวันลืม กฎของการหาของ เกล็นเลยบอกเรื่องราวนี้กับทาร่าว่า “กฎข้อแรกของการหาของ คือไม่มีของเหลือสิ่งไหน ที่ไม่ถูกซ่อน” เป็นคำที่เกล็นบอกกับทาร่าในซีซั่นที่ 5 ตอนที่ 2 ชื่อตอน Strangers

strangers-glenn-found-some-silencers

           จนมาถึงซีซั่น 7 คำสอนนี้ก็ถูกนำมาสานต่ออีกครั้ง เมื่อทาร่า และฮีธต้องออกตามหาของ หาเสบียง คำสอนของเกล็นเลยผุดขึ้นมาในความคิดทาร่า จนทาร่านำสิ่งนี้บอกไปกับฮีธว่า “กฎข้อแรกของการหาของ คือไม่มีของเหลือสิ่งไหน ที่ไม่ถูกซ่อน แค่เราต้องหาให้เจอ” คำสอนนี้ถ้าพูดง่ายๆเหมือนกับเป็นการให้กำลังใจกัน ว่าเวลาเราจะหาของ เราต้องคิดว่ามันมีของอยู่แล้วล่ะ เพียงแต่มันถูกซ่อนไว้เท่านั้นเอง แค่เราต้องหาให้เจอ

edfw

30. การกลับมาของ “วอล์คเกอร์น้ำ”

           คุณยังจำพ่อหนุ่มลูกพีช ได้ไหม ? ถ้าคุณยังจำได้ว่ามันหมายถึงใคร แสดงว่าคุณต้องจำ ฉากที่มีพ่อหนุ่มคนหนึ่งเสียสละลงไปในบ่อน้ำที่มีวอล์คเกอร์น่าขยะแขยงขึ้นอืดอยู่ ในซีซั่นที่ 2 

glenn-walking-dead-surviving-02

           ในตอนนี้วอล์คเกอร์น้ำตัวนั้น กลับมาให้เราเห็นอีกครั้ง ในช่วงต้นของตอนนี้ ช่วงที่ซินดี้ และราเชลอยู่ที่ชายทะเล และราเชลได้ฆ่าเจ้าวอล์คเกอร์ตัวนี้ไปเหมือนกัน ถ้าใครตาดีมองเห็น จะมีความคล้ายคลึงกันกับวอล์คเกอร์น้ำในซีซั่นที่ 2 ก็เป็นเพราะว่าเจ้าวอล์คเกอร์ 2 ตัวนี้มีแบบการทำที่เหมือนกัน ต้นแบบเดียวกันนั้นเอง

ftd

31. การมาของ Oceanside มีผลอย่างไร

           เดิมแล้วกลุ่ม Oceanside มีทั้งชายและหญิง เป็นกลุ่มผู้รอดชีวิตเหมือนกลุ่มอื่นๆ จนวันหนึ่งเซเวียได้เข้ามาในกลุ่ม และเช่นเดียวกันกับทุกๆกลุ่ม คือต้องทำงานให้เซเวีย กลุ่ม Oceanside จึงคิดสู้ แต่สุดท้ายสู้ไม่ไหว ผู้ชายของกลุ่มนี้ และวัยรุ่นผู้ชาย โดนฆ่าหมด พวกผู้หญิง และเด็กหนีออกมาได้ และมาเจอกับที่นี่

d

            อเล็กซานเดรียกำลังขาดแคลนอาวุธอย่างหนัก และในตอนนี้ก็มีช่วงหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า เมือง Oceanside เพียบพร้อมไปด้วยอาวุธ และนี่อาจจะเป็นส่วนสำคัญที่มาเติมเต็มให้ริค ในช่วงที่กำลังขาดแขลนอาวุธเช่นนี้ อยู่ที่ว่าทาร่าจะยอมผิดคำสาบานที่ให้ไว้กับซินดี้ หลานสาวของผู้นำ Oceanside หรือไม่ เพราะทาร่าได้สาบานกับซินดี้ว่าจะไม่นำเรื่องราวนี้ไปบอกกับใคร แม้กระทั่งจะเป็นคนของทาร่าเองก็ตาม

the-walking-dead-episode-706-oceanside-3-935

            อย่างไรก็ตามกลุ่ม Oceanside แบบที่มีในซีรี่ส์ถือว่าเป็นกลุ่มใหม่ที่ปรากฎตัวในซีรี่ส์ และไม่มีในคอมมิค แต่จะว่าแบบนั้นมันก็ไม่ถูกเลยทีเดียวเพราะในคอมมิค ก็มีชุมชนชายทะเลที่มิโชนออกทะเลไปเจอเหมือนกัน แต่ลักษณะของเมืองแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

32. การทักทายของ “ทาร่า”

           ทาร่าชอบการ “ชูกำปั้นชนกัน” เธอเคยทำแบบนี้มาหลายซีซั่นแล้ว ในซีซั่นที่ 4 เธอชนมือกับ “ผู้ว่า”ตัวร้ายในซีซั่นนั้น เป็นคนแรก หลังจากที่ผู้ว่าเข้ามามีบทบาทกับครอบครัวของเธอ

walking-dead-tara

          ครั้งที่ 2 เธอชนกับ ริคหลังจากที่ริคให้อภัยเรื่องการโจมตีคุก ที่ทาร่าเองไม่เคยรู้เห็นในซีซั่นที่ 5

strangers-tara-and-rick-pound-it-out

          ครั้งที่ 3 เธอก็ทำสิ่งนี้กับยูจีน หลังจากที่ยูจีนแอบมอง อับบราฮัมและโรสิต้า XXX กัน

5walkingdead5-2

          และครั้งที่ 4 เธอก็ชนมือแบบนี้เป็นป้านาตาเนีย ก่อนที่เธอกำลังจะออกไปจากเมือง Oceanside

และในครั้งสุดท้ายเธอทำแบบนี้กับซินดี้ ก่อนที่เธอจะลงไปจัดการกับวอล์คเกอร์บนสะพาน          

er

33. ปริศนา “ppp”

          “ppp” คือการบ่งบอกถึงการมาของศัตรูรายใหม่ “แก๊งค์เสียงกระซิบ” ตัวร้ายทีมใหม่ที่จะตามมาหลังจาก ตัวร้ายนีแกนหมดฤทธิ์ โดยทฤษฎีมาจากเรื่องราวของดนตรี ppp” มันคือ “Dynamic Note Velocity” โดยที่

wqaa

 

“f” แทนความหมาย “ดัง”            “p” แทนความหมาย “เบา”

“ff” แทนความหมาย “ดังมาก”      “pp” แทนความหมาย “เบามาก”

dynamics_note_velocity-svg

ภาพจาก : https://en.m.wikipedia.org/wiki/Dynamics_(music)#/media/File%3ADynamic%27s_Note_Velocity.svg

          ดังนั้นถ้าเป็น ppp จะแทนความหมาย “เบามากๆ” โดยภาษาอังกฤษที่แทนความหมายของสัญลักษณนี้คือ “whispering” แปลเป็นไทยคือ “เสียงกระซิบ”ซึ่งถ้าใครอ่านคอมมิค ก็จะรู้ว่ามันมีกลุ่มนี้อยู่จริงๆ

herd143

34. ภาพไตเติ้ลของ “ทาร่า”

eedcs

 

wss

          ทาร่า หรือ Alanna Masterson ได้ขึ้นมาเป็นนักแสดงหลักใน ซีซั่นที่ 7 นี้ และภาพไตเติ้ลเปิดตัวของทาร่า เป็นรูปเรือเก่าๆลำหนึ่ง ซึ่งในตอนนี้ก็เฉลยไปแล้วว่าเรือลำนั้นมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับ ทาร่า โดยเรือในไตเติ้ลนั้นเป็นเรือลำเดียวกับช่วงที่ทาร่า แวะพักและหลบวอล์คเกอร์นั้นเอง ในขณะเดินทางกลับ อเล็กซานเดรีย

35. โครงเรื่องที่มาจาก The Walking Dead ฉบับการ์ตูน

        ในตอนที่ 7 นี้เป็นตอนที่นำโครงเรื่องมาจาก The Walking Dead Comic (ฉบับการ์ตูน) มาดัดแปลงจำนวนมาก โดยมีเนื้อหาของ The Walking Dead Comic ในเล่มที่  104 ,105,106 และ 111

        ฉากคาร์ลบุกรังใหญ่ ของนีแกน หรือ the sanctuary จะถูกดัดแปลงจากเนื้อหาใน The Walking Dead Comic ตั้งแต่เล่มที่ 104 – 106

        ฉากที่นีแกนพาคาร์ลทัวร์ฐานของนีแกน เปิดทุกซอกทุกมุมของรังนีแกนที่แสดงให้เห็นถึงระบบภายในเมือง การปกครองของนีแกน การลงโทษของนีแกน และฮาเร็มของนีแกน ล้วนแล้วแต่เป็นเนื้อหาที่ดัดแปลงมาจาก  The Walking Dead Comic เล่ม 105

        ฉากการปะทะอารมณ์ระหว่าง นีแกน และโอลิเวีย ที่เธอตบหน้านีแกนเข้าหน้าอย่างจัง เหตุเพราะนีแกนพูดจาล่วงเกินเธอ เนื้อหาในส่วนนี้จะถูกดัดแปลงมาจาก  The Walking Dead Comic เล่ม 111

36. โรสิต้าแอบนำเครื่องเงิน และโลหะออกไปด้วย

        โรสิต้าเธอได้เก็บจุดประสงค์ที่แท้จริงของการออกไปหาเสบียงครั้งนี้ไว้ในใจ ก่อนที่เธอจะออกรวบรวมเครื่องเงิน โลหะต่างๆในอเล็กซานเดรีย นำใส่กระเป๋า และนำมันออกไปด้วย แน่นอนว่าเครื่องเงิน และโลหะเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้ในการหล่อกระสุนปืนนั่นเอง

37. จีซัสทำแสบ

        ระหว่างทางที่รถบรรทุกของเซเวียเก็บเกี่ยวมาจากฮิลท็อปมุ่งหน้ากลับฐานนั้น จีซัส และคาร์ลได้ออกมาจากที่ซ่อน ระหว่างที่พวกเขากำลังคุยกันเรื่องการหลบหนีนั้น จีซัสได้กรีดที่ก้นกล่องใบหนึ่งไว้ เพื่อสาเหตุบางอย่าง

        หลังจากที่รถไปบรรทุกคันนั้นไปถึงฐาน พวกเซเวียก็ได้ขนของลงจากรถ ปรากฎว่ามีเหล้าจากกล่องใบหนึ่งร่วงลงมาแตกทั้งกล่อง เป็นการเอาคืน แบบแสบๆของจีซัสที่เขาเอาคืนในตอนนี้

38. เส้นทางที่มิโชนไป

        มิโชนเธอเคยไปฝึกยิงปืนในสถานที่แห่งหนึ่งในตอนที่ 4 ของซีซั่น 7  จนเธอไปเจอเข้ากับกองที่นอน ที่ถูกเผาจนเกลี้ยง เธอเลยคิดว่านี่คือเส้นทางที่พวกเซเวียใช้เดินทางกัน เธอเลยวางแผนฆ่าวอล์คเกอร์ และนำมากองไว้กลางถนนเพื่อดักจับเซเวียสักคน จุดประสงค์ของเธอคือต้องการรู้ตำแหน่งที่ตั้ง ของรังใหญ่ของนีแกน

39. ภาษาละติน และคำสอนของดีอาน่า

        ในตอนที่ 7 นี้เราจะเห็นสเปนเซอร์วิ่งเข้าไปในป่า หลังจากที่โดนบาทหลวงด่า จากนั้นสเปนเซอร์เขาจะไปเจอเข้ากับวอล์คเกอร์ตัวหนึ่งที่ติดอยู่บนต้นไม้ พร้อมกับมีธนูติดอยู่ด้วย เขาต้องการธนู เลยให้เชือกดึงจนวอล์คเกอร์ตัวนั้นหล่นลงมากองบนพื้น เขาเจอโน้ตที่เขียนเป็นภาษาละตินจากวอล์คเกอร์ตัวนั้น ในโน้ตนั้นบอกถึงแหล่งที่เก็บเสบียง สิ่งของจำเป็นต่างๆ

        สเปนเซอร์ และครอบครัวเข้าใจภาษาละติน ในช่วงท้ายตอน สเปนเซอร์จะนำคำพูดของ ดีอาน่าแม่ของเขาที่เคยกล่าวไว้เป็นภาษาละตินมาพูดอีกครั้ง จากประโยคที่ว่า  dolor hic tibi proderit olim 

 

        ที่แปลได้ว่า สักวันหนึ่งความเจ็บปวด เหล่านั้นจะเป็นประโยชน์กับคุณ เป็นคำที่ ดีอาน่าเขียนไว้ในพิมพ์เขียวของผังเมือง ก่อนที่จะส่งให้ริคใน ตอนที่  5 ของ ซีซั่น 6

40. บาดแผล 2 เดือน

       ในตอนนี้เราจะได้เห็นบาดแผลที่ดวงตาของคาร์ลอีกครั้ง ซึ่งบาดแผลนี้เป็นบาดแผลหลังจากคาร์ลโดนยิงไปแล้ว 2 เดือน อ้างอิงจากคำพูดของ มิโชนที่มายังรายการ Talking Dead ที่เธอเผยว่า ตอนที่ 9 ของซีซั่น 6 (ตอนที่คาร์ลโดนยิงใหม่ๆ) กับ ตอนที่ 10 ของซีซั่น 6 เวลาจะผ่านไปแล้ว 2 เดือน

        และหลังจากนั้นจนมาถึงตอนนี้ เวลาก็ผ่านไปไม่เกิน 2 อาทิตย์ดังนั้นบาดแผลของคาร์ล จะอยู่ที่ราวๆ 2 เดือนกว่าๆ สภาพยังไม่ได้หายสนิท

41. รําลึกถึงเกล็น

          ในช่วงต้นของตอนที่ 8 เราจะได้เห็นแม็กกี้กับลุคใหม่ ส่วมหมวกแก๊ปทะมัดทะแมง ซึ่งการแต่งตัวลักษณะนี้จะเป็นการแต่งตัวของเกล็น ช่วงซีซั่นต้นๆ และยังเป็นลุคของเกล็นแบบต้นตำรับอีกด้วย จุดเชื่อมต่อคือตอนที่เธอแต่งตัวลุคนี้ และนั่งรำลึกถึงเกล็นอยู่ข้างๆหลุมศพของเขา 

                       

                                    42. ห้องแกนั่นเอง

          ในตอนที่แดริลกำลังทำการหลบหนีออกจากคุก แต่การที่ยังมีพวกเซเวียอยู่รอบๆ เลยทำให้แดริลต้องหลบเข้าไปอยู่ในห้องๆหนึ่ง ซึ่งทุกอย่างเฉลยให้เรารู้ว่าห้องนั้นคือห้องของใคร จากตุ๊กตาทหารไม้แกะสลักที่แดริลจ้องมอง เลยทำให้แดริลรู้ว่านี่คือห้องของดไวท์ เพราะงานอดิเรกของดไวท์คือการแกะสลักทหารไม้นั้นเอง และทหารไม้ของดไวท์ก็โผล่มาให้เราเห็นหลายครั้งแล้ว

          

                                     43. ไหวพริบของจีซัส

           หลังจากที่แดริลฆ่าโจอี้ ที่มาพบเขาระหว่างการหลบหนี แดริลใช้ท่อแป๊บเหล็กทุบหัวโจอี้จนตาย และช่วงเวลาสั้นๆ เราจะเห็นจีซัสแอบเก็บวิทยุสื่อสารมาจากโจอี้ เพราะเขาคิดว่ามันจะเป็นประโยชน์ในภายภาคหน้า และในตอนที่ 9 จะมีการพูดถึงเรื่องวิทยุที่จีซัสเก็บมาได้อีกครั้งหนึ่ง และได้ใช้ประโยชน์อย่างแน่นอน

        

                                 44. การโกนหนวดของนีแกน

          ในตอนนี้เราจะได้เห็นนีแกน โกนหนวด โกนเครา เป็นเพราะว่าผู้กำกับต้องการให้ลักษณะของนีแกนในซีรี่ส์มีความใกล้เคียง กับนีแกนเวอร์ชั่นการ์ตูน (Comic) นั่นเอง และตั้งแต่ ตอนที่ 9 – ตอนที่ 16 เราจะได้เห็นนีแกนในลุคไร้หนวดเคราทั้งหมด

      

                                        

                         45.ของหายที่ได้คืน

          ปืน Colt Python ปืนคู่ใจของริคถูกพวกเซเวียยึดมา ใน The Walking Dead Season 7 Episode 1 : The Day Will Come When You Won’t Be และในตอนนี้ แดริลก็ได้นำปืน Colt Python กลับมาคืนริคอีกครั้งจากการยึดมาจากศพของโจอี้ หลังจากแดริลได้ใช้ท่อเหล็กฆ่าเขา เป็นความบังเอิญในเรื่องที่โจอี้ใช้ปืนนี้พอดี แต่เป็นความตั้งใจ ที่จะให้ริคได้ปืนนี้กลับมาอีกครั้ง

           

             

             46. ชื่อตอน Hearts Still Beating จากตอนที่ 8 คืออะไร

          ชื่อตอนนี้มาจากคำพูดของแอรอน หลังจากที่เขาโดนพวกเซเวียซ้อม เขาพูดประโยคหนึ่งกับริคว่า “My heart’s still beating, right?”  “หัวใจผมยังคงเต้นอยู่,ใช่ไหม?”

          

            47. เดอะคิงดอม ไม่เคยได้รับความเสียหายจากเซเวีย

             จากคำพูดของ ริชาร์ด เดอะคิงดอมเป็นเมืองเดียวที่ยังไม่โดน เซเวียสร้างความเสียหายให้ เพราะเอซีเคียลใช้วิธีสันติ เจรจาและยอมส่งของตามที่เซเวียต้องการให้ เซเวียเลยละเว้นเมืองนี้ไว้ แต่คนที่รู้ส่วนมากก็ยอมที่จะเดินตามข้อเสนอนี้ เว้นเสียแต่ริชาร์ด ที่เริ่มไม่โอเคกับข้อเสนอนี้อีกแล้ว และเขาคิดว่าเซเวียไม่ใช่พวกที่น่าไว้ใจ

                       48. ตอนที่ถอดมาจากคอมมิค 111

เรื่องราวในตอนนี้มีส่วนหนึ่งที่ถอดแบบมาจากคอมมิคคือ ช่วงที่สเปนเซอร์เข้าไปขอนีแกนให้กำจัดริคให้ แต่นีแกนไม่ยอม และได้ฆ่าโหดสเปนเซอร์ รูปแบบการตายที่ถอดแบบกันมาเด๊ะๆ และคำพูดที่มีไดอะล็อกเดียวกันอีกด้วย แต่แตกต่างตรงการกระทำเท่านั้นเอง ที่ในซีรี่ส์มีการนำโต๊ะพูลเข้ามาเกี่ยวเนื่องก่อนการฆ่าจะเกิดขึ้น

        

 

                               

                                     49. คาร์ลยิงลูซิลล์

          ถ้าใครดูจนจบจะรู้ว่า โรสิต้า ตั้งใจยิงนีแกนแต่ไปโดนลูซิลล์ แต่ในคอมมิคก็มีคนที่ทำลักษณะนี้เช่นเดียวกัน คือคาร์ล ที่หนูน้อยคาร์ลพยายามจะยิงนีแกน แต่ดั๊นไปโดนใส่ลูซิลล์ของนีแกนจนลูซิลล์แหว่งไปเลย

         

 

                             

                      50. แผลบนหน้าของโรสิต้า กับรอยกระสุนของลูซิลล์ 

           หลังจากโรสิต้า ยิงโดนลูซิลล์ของนีแกนไปแล้ว สมุนของนีแกนเข้ามารวบตัวโรสิต้าทันทีทันใด และนำมีดจ่อที่ใบหน้าแสนสวยของเธอ แต่โรสิต้าเธอไม่ได้มีความกลัวเลยแม้แต่น้อย เธอขยับหน้าขึ้นมาพูดกับนีแกนจนทำให้มีดกรีดลงไปที่ใบหน้าลงเธอ เพราะผู้กำกับต้องการทำให้เห็นว่าเธอได้รับโทษคืนแล้ว คือตอนแรกเธอยิงโดนใบหน้าของลูซิลล์ เหตุการณ์ต่อมาคือเธอก็โดนกรีดที่ใบหน้าของเธอเหมือนกัน และสาเหตุหนึ่งที่โอลิเวียโดนยิงเข้าที่ใบหน้า คือความบังเอิญของตัวละคร แต่เป็นความตั้งใจของผู้กำกับที่เลือกยิงในจุดนี้ จากเหตุผลเดียวกันคือ ลูซิลล์โดนยิงเข้าที่ใบหน้า

        

        

 

Comments

comments

Leave A Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *