9 เรื่องที่คุณอาจจะมองข้ามไปใน Episode 4 The Walking Dead Season 7

                          The Walking Dead Season 7 เดินทางมาถึง Episode 4 แล้วมีชื่อตอนว่า “Service” ในตอนนี้ถ้าเรามองผ่านๆแล้ว อาจจะไม่ใช่ตอนที่มีฉากหวือหวาอะไรมากมาย แต่ในตอนนี้มีสิ่งที่เป็นจุดเชื่อมต่อ เรื่องราวที่น่าสนใจ และไข่อีสเตอร์ที่แฝงมาในตอนนี้ด้วย

                         1. ที่ซ่อนรถมอเตอร์ไซค์ของแดริล

                        ใน The Walking Dead Season 6 Episode 15 แดริลได้ออกมาจาก อเล็กซานเดรียเพียงเพราะว่าต้องการตามหา ดไวท์ และได้นำมอร์เตอร์ไซค์คันโปรดของเขามาซ่อน บริเวณรางรถไฟใกล้ๆกับสถานที่ ที่หมอเดนิสโดนยิงเสียชีวิต ซึ่งที่ซ่อนนี้นอกจากแดริลแล้ว มีเพียงแค่ มิโชน โรสิต้า และเกล็น ที่รู้ที่ซ่อนนี้

 

                          2. วอร์คเกอร์ที่พกปืน

                         ในตอนนี้เราจะได้เห็นโรสิต้า ด้อมๆมองๆเข้าไปในป่า ตลอดเวลาที่ออกมาตามรถมอร์เตอร์ไซค์ของแดริล เป็นเพราะว่าโรสิต้าสังเกตเห็น วอร์คเกอร์ตัวหนึ่งที่พกปืนอยู่เลยตามไป

                           วอร์คเกอร์ตัวนี้ เคยปรากฎตัวมาแล้วใน The Walking Dead Season 6 Episode 14  “Twice as Far” เขามีชื่อว่า “นีล” สมาชิกกลุ่มเซเวียที่มาโจมตีพวกแดริล หลังจากที่ดไวท์ฆ่าหมอเดนิส  พวกแดริล โรสิต้า อับบราฮัมได้ต่อสู้กับพวกเซเวีย “นีล” ได้ถูกยิงตาย และกลายมาเป็นวอร์คเกอร์ตัวที่ โรสิต้าฆ่าเพื่อเอาปืน ในตอนล่าสุดนี้

                            3. ลูกโป่งสีเขียว

                           ในตอนนี้พวกเซเวียเข้ามายึดของทุกอย่างไป แม้กระทั้งลูกโป่งสีเขียว ที่มีความหมายกับอีนิด อีนิดได้ร้องขอที่จะเอาลูกโป่งคืน เพราะมันสำคัญต่อเธอ และสุดท้ายเซเวียก็ยอมคืนลูปโป่งเขียวให้

                           ลูกโป่งเขียวถูกพูดถึงมาครั้งหนึ่งแล้วใน The Walking Dead Season 6 Episode 7 “Heads Up” ตอนที่เฉลยว่าเกล็นมุดใต้ถังขยะและยังไม่ตาย ลูกโป่งเขียวนี้ถูกปล่อยขึ้นไปบนฟ้า และยังทำให้แม็กกี้ได้รู้ว่า นั้นคือเกล็น เพราะลูกโป่งพวกนั้นเป็นของอเล็กซานเดรียในภารกิจลากวอร์คเกอร์ให้พ้นจากเมืองใน The Walking Dead Season 6 Episode 1 “First Time Again”

                             เป็นเหมือนของดูต่างหน้า ชิ้นสุดท้ายสำหรับอีนิดและความสัมพันธ์ที่เธอมีต่อเกล็น เพราะเกล็นเป็นคนเปลี่ยนความคิดของอีนิด และทำให้เธอเข้าสังคมได้มากขึ้น

                            4. เมื่อชื่อซ้ำกัน

                           ในตอนนี้เราจะได้เห็นสมุนตัวท๊อปของนีแกนอีกคนหนึ่งที่ชื่อ “อาราท” (ARAT) ซึ่งเธอเองจะเป็นตัวละครตัวเดียวกับในคอมมิคที่ชื่อ ทาร่า แต่เพื่อป้องกันความสับสน เลยใช้การสลับอักษร หรือที่เรียกว่า Anagram มาเปลี่ยนชื่อจาก T-A-R-A เป็น A-R-A-T เพื่อบอกให้รู้ว่ามันคือคนๆเดียวกัน และป้องก้นความสับสนไปในตัว

                             ที่จริงแล้วอาราท ต้องปรากฎตัวตั้งแต่ Episode 2 ตั้งแต่ฉากไล่ล่า กอร์ดอนคนทรยศที่หนีออกจากเซเวีย แต่เขาตัดฉากนั้นออกไป

                             นอกจากนี้การเปลี่ยนชื่อตัวละคร หรือนามสกุลตัวละครก็เคยทำมาหลายครั้งแล้ว เช่น จีซัส หรือ Paul Rovia ที่ในคอมมิคเขาชื่อ Paul Monroe แต่ผู้กำกับเปลี่ยนนามสกุลเขาในซีรี่ส์ เพราะว่าจะไปเหมือนกับนามสกุลของ ป้าดีอาน่าที่นามสกุล Monroe เหมือนกัน เพื่อลดปัญหาคนตีความว่าเขาคือญาติกัน

                          หรือ ดักลาส(Douglas) อดีตผู้นำอเล็กซานเดรียในคอมมิคที่เป็นผู้ชาย แกมีภรรยา ชื่อ เรจิน่า (Regina) แต่ในเวอร์ชั่นซีรี่ส์ สลับกัน ผู้นำชุมชนกับเป็นผู้หญิงชื่อ ดีอาน่าแทน และมีสามีชื่อ เร็ก(Reg) ซึ่งชื่อสามีของป้าดีอาน่า หรือลุงเร็กนั้น ถูกดัดแปลงมาจากชื่อของ เรจิน่าภรรยาของดักลาสในเวอร์ชั่นคอมมิคนั้นเอง โดยการตัด 3 ตัวอักษรท้ายทิ้ง (Regina = Regina = Reg) 

 

 

                       5. ปลอกกระสุนปืนที่ตกอยู่ 

                      ในช่วงท้ายตอน โรสิต้านำปลอกกระสุนปืนไปโชว์ให้ยูจีน และขอร้องให้ยูจีนผลิตกระสุน ซึ่งปลอกกระสุนอันนั้นก็คือปลอกกระสุนอันเดียวกันที่ นีแกนยิงขู่ริคช่วงกลางๆซีรี่ส์ตอนนี้นั้นเอง

                          6.ลูกหมู 3 ตัว

                        ประโยคเด็ดของนีแกนก่อนจะเข้าไปยังอเล็กซานเดรีย ที่ว่า “little pig ,little pig, let me in” ก็ยังเป็นประโยคเด็ดที่นำมาจาก นิทานก่อนนอนที่เราเคยได้ฟังกันตั้งแต่เด็กๆ คือเรื่องลูกหมู 3 ตัว ที่เจ้าหมาป่าจะเข้าไปในบ้านของลูกหมูมันจะพูดว่า Little pig, Little pig, let me come in” (ขอบคุณพี่กุลจากเพจนอร์แมนนะครับที่ทำให้รู้ที่มาที่ไปฉากนี้)

                        นอกจากนี้ นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการนำเรื่องราวจากหนังหรือนิทานดังๆมาเป็นบทให้ตัวละครพูดกัน เพราะตัวละครมอร์แกน กับศิลปะกระบองไม้ยาว ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังดังเรื่อง นินจาเต่า เป็นหนึ่งในนินจาที่ใช้ กระบองยาวที่มีชื่อว่า “โดนาเทลโล “

 

                      7. การเผาที่นอนในตอนท้าย

                     ในช่วงท้ายของตอนนี้ เราจะเห็นมิโชนสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง พอเดินเข้าไปดูปรากฎว่าเป็นที่นอนที่พวกนีแกนเอามาเผาไว้ ฉากนี้ต้องการจะสื่อถึงการประกาศสงครามของนีแกน เตียงนอนเป็นสัญลักษณ์ของความสุขสบายในยุคที่ทุกคนต้องดิ้นรนแบบนั้น

                      การที่มิโชนเดินเข้าไปดูเตียงนอนที่ถูกเผา มันจะคล้องจองกับคำว่า “Going To The Mattresses” ซึ่งเป็นประโยคที่มาจากหนังดังในอดีตเรื่อง The Godfather หนังมาเฟียชื่อดังที่กวาดรางวัลมามากมาย โดยคำว่า “Going To The Mattresses” เป็นประโยคที่ใช้ในพวกมาเฟีย เป็นประโยคที่กำลังจะสื่อว่า ตอนนี้กำลังอยู่ในสงคราม ให้เตรียมพร้อมสำหรับสงคราม และสงครามได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว (จริงๆแล้วประโยคนี้มีที่มาที่ไปเยอะกว่านี้ แต่ผมไม่เคยดูหนังเรื่องนี้เลย หนังเก่ามาก แต่อาศัยไปหาข้อมูลมา ถ้าผิดพลาดต้องขออภัยด้วยนะครับ)

                       8. หลุมศพ 3 หลุม

                     ในตอนนี้บาทหลวงแกเบรียล จะใช้ไหวพริบส่วนตัว ขุดหลุมศพ 3 หลุมขึ้นมา โดยทั้งสามหลุมเป็นของ เกล็น อับบราฮัม และแม็กกี้ โดนที่ทั้ง 3 หลุมไม่มีศพอยู่เลยและแม็กกี้ก็ยังไม่ได้ตาย

                         9. ฉันจะหักกรามแก และเลาะฟันแกออกมา

                         ประโยคนี้เป็นประโยคที่ ริคพูดกับสเปนเซอร์ หลังจากที่สเปนเซอร์พลั้งปากพูด เรื่องเกล็น และอับบราฮัม จนเป็นประโยคจี้ใจดำริค ก่อนที่ริคจะพูดประโยค “I’ll break you jaw , Knock your teeth out.” (ฉันจะหักกรามแก และเลาะฟันแกออกมา) จนสเปนเซอร์ง่อยไปเลย

                        เช่นเดียวกันประโยคนี้เคยถูกใช้มาแล้วครั้งหนึ่งใน The Walking Dead Season 2 Episode 10 “18 Miles Out” ที่ริคมาคุยกับ เชนเพื่อปรับความเข้าใจ เรื่องความสัมพันธ์ของเชนกับลอลิ ริคบอกว่าวินาทีแรกที่รู้ว่า เชนและลอลิมีอะไรที่มากกว่าเพื่อน ริคอยากจะ “หักกรามแก และเลาะฟันแกออกมา” เช่นเดียวกันกับที่พูดกับสเปนเซอร์

Comments

comments

Leave A Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *